เงินบาทแข็งฟันด์โฟลว์ไหลเข้า “7 เซียนหุ้นส่งออก” กระทบแค่ชั่วคราว?

ข่าวดีเรื่องวัคซีน Covid-19 ดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นอย่างร้อนแรง สำหรับตลาดหุ้นไทยเอง ในวันที่มีข่าววัคซีน เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์ถือเกือบ 20,000 ล้านบาทในวันเดียว ซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งที่มีปัจจัยสำคัญที่อิมแพ็คต่อตลาดหุ้น มักจะมีการ Rotate ของกลุ่มหุ้น จากการปรับพอร์ตของนักลงทุน โดยกลุ่มหุ้นที่จะถูกปรับลดน้ำหนักการลงทุน หนีไม่พ้น “หุ้นส่งออก” ซึ่งประกอบด้วย หุ้นอาหารส่งออก และหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ซึ่งการปรับขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นรอบใหม่นี้ ปัจจัยที่ทำให้หุ้นส่งออกได้รับผลกระทบ ไม่ใช่แค่การปรับสัดส่วนการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่เคยได้ประโยชน์เท่านั้น แต่ปัจจัยสำคัญที่มีผลกับหุ้นกลุ่มนี้โดยตรงคือ “การแข็งค่าของเงินบาท” โดยนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด แนะนำว่า นักลงทุนควรปรับน้ำหนักการลงทุนลดลงในหุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากช่วง Covid-19 โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จากการที่ค่าเงินบาทและค่าเงินเอเชียอยู่ใน Momentum ที่แข็งค่า ทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมีโอกาสได้กำไรจาก Fx Gain เพิ่มเติม หลังโจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ทำให้เงินไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ

เพราะฉะนั้นในวันนี้ Wealthy Thai จะมารวบรวม Top7 หุ้นส่งออกมาฝากนักลงทุนอีกครั้งว่า หุ้นเหล่านี้ซึ่งประกอบด้วย CPF, TFG, GFPT, TU, DELTA, KCE และ HANA อนาคตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ค่าเงินบาทกระทบหุ้นอาหารส่งออก

สำหรับหุ้นส่งออกอาหารอย่าง GFPT กลุ่มบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/63 ว่ามีรายได้จากการขาย 3,619.65 ล้านบาท ลดลง 924.60 ล้านบาท หรือลดลง 20.35% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) โดยรายได้จากธุรกิจเนื้อไก่แปรรูป ลดลง 842.94 ล้านบาท หรือลดลง 37.27% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปลดลง และมีกำไรสุทธิ 342.07 ล้านบาท ลดลง 33.54 ล้านบาท หรือลดลง 8.93% YoY

ไตรมาส 4 GFPT ยังลงทุนได้อยู่ แม้จะเป็นโลว์ซีซั่น

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 จะลดลง 7.2% YoY จากแนวโน้มปริมาณส่งออกไก่ลดลง แต่คาดกำไรสุทธิปี 2564 จะพลิกกลับมาเติบโต 26% YoY จากแนวโน้มปริมาณส่งออกไก่ปรุงสุกเพิ่มขึ้น หลังจากที่ GFPT ติดตั้งโรงงานแปรรูปไก่ปรุงสุกเสร็จในงวดไตรมาส 4/63 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่งวดไตรมาส 1/64 ทั้งนี้คาด GFPT จะบันทึกเงินชดเชยประกันเข้ามาทั้งหมดราว 100 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 4/63 (ไม่ได้รวมในประมาณการ) ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองที่ปรับสูงขึ้นจะกระทบ GFPT จำกัด เพราะได้ทำสัญญาซื้อล่วงหน้าถึงต้นปี 2564 แล้ว โดยต้นทุนกากถั่วเหลืองคิดเป็นราว 20% ของต้นทุนทั้งหมด ทั้งนี้คาดกำไรปกติงวดไตรมาส 4/63 จะอ่อนตัวลง เพราะเป็นช่วง Low Season

อย่างไรก็ตามในระยะสั้นแม้ผลประกอบการจะปรับลดลงและเข้าสู่ช่วง Low Season ท้ายปี แต่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัสยังมองว่า GFPT ยังน่าสนใจ “เข้าลงทุนในระยะกลาง-ยาว” แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะต้องติดตามคือ ความผันผวนของราคาไก่ ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และประเด็นสำคัญคือ “ความผันผวนของค่าเงินบาท” และค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งหากค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้น จะกดดันแนวโน้มกำไรสุทธิของ GFPT



หวั่นบาทแข็งกระทบ CPF ….แต่ระยะยาวดีลเทสโก้โลตัส หนุนช่องทางขายอาหารแช่แข็ง

ขณะที่หุ้นใหญ่อย่าง CPF ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ที่ 7,475 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 23% จาก YoY ที่ 6,062 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 157,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นของกิจการต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเนื้อหมูในต่างประเทศ ส่วนในประเทศมาจากธุรกิจกุ้ง โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์ประเมินว่า CPF จะได้แรงหนุนเพิ่มขึ้นจากดีลเทสโก้โลตัส เนื่องจากสามารถเพิ่มช่องทางจำหน่ายอาหารสดและอาหารแช่แข็งได้เพิ่มขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งอีกด้วย ทั้งนี้ยังต้องระวังสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์ในตลาด และแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อหุ้นอาหารส่งออก

TFG ประกาศกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 80.27% จากธุรกิจไก่ในจีน-เวียดนาม

ขณะที่นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG กล่าวว่า บริษัทประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ที่ 1,062.63 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นถึง 80.27% จาก YoY ที่ 589.46 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้จากธุรกิจไก่ ที่มีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 56.32% ของรายได้รวม รองลงมาคือธุรกิจหมูและอาหารสัตว์ตามลำดับ ส่วนภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนแรก ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2563 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% YoY ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,312 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 23,863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 21,647 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 4 บริษัทมองว่า ยังอยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากการที่ปริมาณหมูในจีนและเวียดนามลดลง จากโรคระบาดอหิวาต์สุกร ( ASF) ทำให้ราคาหมูยืนได้ในระดับสูง รวมทั้งมีการหันมาบริโภคไก่มากขึ้น ประเมินว่าสถานการณ์แบบนี้น่าจะยังคงมีให้เห็นไปอีก 1-2 ปี ดังนั้นก็น่าจะทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสัตว์เติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดยุโรปและจีน ยังมีทิศทางทีดีเช่นกัน

อนาคตของ TU…ลุยฟู้ดเทค เจาะตลาดโปรตีนทางเลือก

ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/63 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 2,056 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 50% จาก YoY ที่ 1,374 ล้านบาท ซึ่งนับว่าบริษัททำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดขายไตรมาสที่ 3/2563 อยู่ที่ 34,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% YoY จากยอดขายธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปที่เพิ่มขึ้นกว่า 12.4% จากปีก่อนหน้าเนื่องจากผู้บริโภคทำอาหารทานเองมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจอาหารทะเลแช่เย็นและแช่แข็งรายงานยอดขายฟื้นตัวและเติบโตจากปีก่อนหน้าถึง 4.7% เนื่องจากผู้ให้บริการอาหารกลับมาให้บริการในระหว่างไตรมาส ส่งผลให้มีความต้องการอาหารทะเลแช่แข็งมากขึ้น นอกจากนี้ยังหันมาสนใจสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น สุนัขและแมว

“และการลงทุนล่าสุดในไตรมาส 3/63 ได้จับมือกับฟู้ดเทคสตาร์ทอัพ 4 บริษัท โดยเฉพาะในสิ่งที่บริษัทสนใจคือ “อาหารทะเลที่ผลิตจากโปรตีนจากพืชในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าตลาดโปรตีนทางเลือกในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สำหรับตลาดสินค้าประเภทดังกล่าวในระดับโลก ถือว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่สูงทีเดียว โดยปัจจุบันตลาดโปรตีนทางเลือกของโลกนั้นมีขนาดถึง 12,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีแนวโน้มว่าจะเติบโตในช่วงระหว่าง ปี 2562-2568 ถึง 6.8% เฉลี่ยต่อปี” นายธีรพงศ์กล่าว

ส่วนหุ้นส่งออก ที่เป็นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ DELTA ยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ล่าสุดรายงานงบไตรมาส 3/63 ออกมาแล้ว โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,643 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 327.7% YoY จากกำไรสุทธิที่ 618 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 17,540 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 41.4% YoY จากรายได้การขายที่ 12,404 ล้านบาท

KCE ได้เปรียบจากชิ้นส่วนควบคุมทิศทางรถ EV

ขณะที่ KCE เบอร์ 2 ของกลุ่มรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/63 ว่ามีกำไรสุทธิ 255.1 ล้านบาท ลดลง 2% YoY จากที่มีกำไรสุทธิ 255.1 ล้านบาท และมียอดขายรวมจํานวน 2,721.8 ล้านบาท ลดลง 11.9%YoY จากที่มียอดขายรวม 3,088.3 ล้านบาท สำหรับหุ้นตัวนี้ นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มองว่าแม้กำไรจะลดลง แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิกลับเพิ่มขึ้นจาก “อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว” สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ KCE ยังเน้นผลิตสินค้าที่ทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ แผ่น PCB ประเภท HDI และความสามารถของบริษัทที่ลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้อนาคตยังสดใสจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2564 ตามแนวโน้มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์อัตโนมัติ ซึ่งเซ็คเตอร์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะได้เปรียบจากการผลิต “Lidar” ที่ใช้คำนวณและควบคุมสิ่งกีดขวางรถยนต์ โดยในปีหน้า KCE จะลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท

ทั้งนี้แม้ว่า KCE ยังมีปัจจัยบวก สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ “ความผันผวนของค่าเงินบาท” ซึ่งหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า จะส่งผลต่อกำไรสุทธิของบริษัทโดยตรง นอกจากนี้อีกปัจจัยที่มีความเสี่ยงคือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะทำให้ยอดคำสั่งซื้อของลูกค้าถูกเลื่อนออกไป หรือลดลงจากเดิมจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจ

HANA ได้เปรียบจากการเป็นผู้ผลิตตัวเซ็นเซอร์สมาร์ทโฟน

ส่วน HANA พี่ใหญ่เบอร์ 3 ผลประกอบการไตรมาส 3/63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลง 21% YoY แต่นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า HANA ยังมีความโดดเด่นจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนกลุ่มเซ็นเซอร์ให้กับกลุ่มมือถือ “สมาร์ทโฟน” ดังนั้นเมื่อหุ้นขายมือถือ iPhone เพิ่มขึ้น จะส่งผลดีกับ HANA ซึ่งเป็นหุ้นชิ้นส่วน สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า HANA จะได้อานิสงส์จากการพัฒนา 5G, AI และ IoT ในระยะยาว

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us