Official Update :

ดักเก็บหุ้นกลุ่มรับเหมา ปี 65 งานรถไฟฟ้ากับฝันที่เป็นจริง?

หุ้นกลุ่มรับเหมาได้ผ่านจุดที่อ่อนแอไปแล้ว หลังจากในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 และการปิดแคมป์คนงาน 1-1.5 เดือน ส่งผลต่อความคืบหน้าของงานระหว่างทำ รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการป้องกันและดูแลพนักงานจากการแพร่ระบาดของ COVID-19


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาประเมินหุ้นกลุ่มนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีใจความว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/64 มีผลกระทบจากการปิดแคมป์คนงาน 1-1.5 เดือน ส่งผลต่อความคืบหน้าของงานระหว่างทำรวมถึงค่าใช้จ่ายจากการป้องกันและดูแลพนักงานจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลต่อการรับรู้รายได้โดยรวมของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เราดูแล CK STEC SEAFCO และ PYLON โดยไตรมาส 3/64 เป็นไตรมาสอ่อนแอสุดของปี คาดในไตรมาส 4/64 ผลประกอบการในธุรกิจก่อสร้างจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากงานที่สามารถเดินหน้าได้เป็นปกติมากขึ้น



รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย..จุดประกายงานปี
2565

รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) มูลค่าโครงการโดยรวม 7.8 แสนล้านบาท มีระยะทางทั้งสิ้น 23.6 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 12.6 กิโลเมตร และโครงสร้างทางยกระดับ 11 กิโลเมตร และมีสถานีทั้งสิ้น 17 สถานี เป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี โดยทาง รฟม.อยู่ระหว่างประกาศขาย TOR ระหว่างวันที่ 11 พ.ย.-24 ธ.ค. เบื้องต้นกำหนดยื่นซองประมูล 27 ธ.ค โดยคาดได้ชื่อผู้รับเหมาไม่เกินครึ่งแรก 65 มีจำนวน 6 สัญญา ซึ่งกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่เช่น CK, STEC ได้มีการซื้อซองประมูลแล้วทั้ง 6 สัญญา ทั้งนี้ยังมีโครงการที่คาดเห็นความต่อเนื่องคือโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย (ตลิ่งชัน-ศูนย์ วัฒนธรรม) ที่อยู่ระหว่างเตรียมขาย TOR และกรอบเวลาการประมูลคาดจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปี 2565


ในระยะสั้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ยังมีปัจจัยกดดันจากผลประกอบการรับผลกระทบจากงานในมือที่ยังไม่สูง เนื่องจากการประมูลโครงการมูลค่าสูงของภาครัฐใช้เวลานาน อย่างไรก็ดีในปี 2565 งานก่อสร้างที่คาดเห็นความคืบหน้าของโครงการใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน สนามบินอู่ตะเภา จะช่วยเพิ่มงานในมือและรายได้ระหว่างปีของกลุ่มฯ ขณะที่งานประมูลใหม่ เช่น งานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง ส้ม จะเป็นแรงขับเคลื่อนต่องานใหม่ในมือ


นอกจากนั้นยังมีงานอื่นๆ เช่น งานสนามบิน งานรถไฟทางคู่เฟส 2 งานมอเตอร์เวย์ เป็นโอกาสที่ดีต่อการเพิ่มงานใน อุตสาหกรรม ซึ่งช่วยลดการแข่งขันในตลาดและช่วยรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร


กลุ่มที่คาดได้ประโยชน์จากงานฐานรากที่เริ่มต้นก่อน ยังคงเป็น SEAFCO และ PYLON สำหรับกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีโอกาสรับงาน CK และ STEC



งานประมูลที่เกิดขึ้นในปี 2564 และคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2565

ทั้งนี้มองการประมูลของโครงการใหญ่บางโครงการเช่นที่เกิดความล่าช้า และชะลอออกไปก่อนหน้าระหว่างปี2562-2563 เช่นโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายสีต่างๆและ รถไฟทางคู่ ส่วนหนึ่งมีผลกระทบที่เกิดจาก COVID-19 มีผลต่อการประมูลที่ล่าช้าเนื่องจากภาครัฐจะให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด เป็นปัจจัยแรก


อย่างไรก็ดีคาดการเดินหน้าการประมูลโครงการใหญ่ของภาครัฐยังอยู่ในความสนใจ คาดว่าจะได้รับการผลักดันจากภาครัฐ เช่น รถไฟทางคู่สายใหม่ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีต่างๆ มีมูลค่าโครงการโดยรวมราว 5.4 แสนล้านบาท


งานหลักมาจากกลุ่มรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายโดยรวมมีสัดส่วน 49% รองลงมาคือโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ มีสัดส่วนราว 24% และรถไฟทางคู่เฟส 2 มีสัดส่วนราว 25% ซึ่งคาดจะเห็นความคืบหน้าของงานประมูลระหว่างปี 2564-2565 ซึ่งยังเป็นแนวโน้มและโอกาสที่ดีต่อการเพิ่มปริมาณงานในอุตสาหกรรม


ขณะที่การประมูลที่เห็นชัดเจนภายในปี 2564 เป็นโครงการที่ได้เห็นความคืบหน้า และได้รายชื่อผู้เสนอราคาต่ำสุดไปแล้วคือ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ 1) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ 2) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ -มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม อยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญาจากภาครัฐ


ส่วนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง เริ่มเปิดขายซองเอกสาร (TOR) ให้กับผู้ประกอบการ ระหว่างวันที่ 11 พ.ย – 24 ธ.ค และคาดยื่นซองประมูลได้วันที่ 27 ธ.ค ทั้งนี้ในปี 2565 คาดจะเห็นความคืบหน้าของงาน อื่นๆเพิ่ม จากรถไฟทางคู่เฟส 2 และการประมูลรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย สายสีส้ม และสีแดง และโครงการอื่นๆเพิ่ม



CK ปี 65 งานในมือพุ่ง 1 แสนล้านบาท

CK มีงานอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาใหม่ จากโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท (สัญญาที่ 2 งาว-เชียงราย วงเงิน 2.69 หมื่นล้านบาท) (สัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท) คาดในเบื้องต้นสัดส่วนงานที่ได้รับราว 2.6 หมื่นล้านบาท รวมถึงงานประมูลใหม่ที่คาดหวังมีความชัดเจน (1) งานอุโมงระบายน้า มหาสวัสดิ์ วงเงิน 6.5 พันล้านบาทเตรียมยื่นซองประมูล 25 ธ.ค และ (2) งานท่อระบายน้ำบางบาล วงเงิน 3.3 พันล้านบาท ซึ่งมีโอกาสทราบชื่อผู้ได้รับงานภายในปี


ปี 2565 เตรียมประมูลงานใหม่ของภาครัฐ เล็งรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย ซื้อซองทั้งหมด 6 สัญญา เป็นงานใต้ดินสัญญาที่ 1-4 สัญญาที่ 5 เป็นงานบนดิน และงานระบบรางในสัญญาที่ 6 CK คาดหวังความสาเร็จอย่างน้อย 1สัญญา เตรียมยื่นซองประมูลวันที่ 27 ธ.ค. นอกจากนั้นยังคาดหวังความคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและแดงส่วนต่อขยาย รวมถึงงานโรงไฟฟ้าพลังน้าหลวงพระบางที่คาดจะมีการเซ็นสัญญาได้ในช่วงต้นปี 2565 ทำให้ CK มีงานในมือเข้าระดับ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่ 2.5 หมื่นล้านบาท


แนะนำ“ซื้อ” แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 4/64 อาจปรับลดเมื่อเทียบกับรายไตรมาส มองเป็นผลกระทบระยะสั้น อย่างไรก็ดีประเด็นบวกในปี 2565 มีความน่าสนใจ จากการคาดหมายจากงานประมูลใหม่จากภาครัฐที่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง


นอกจากนั้นยังมีงานรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีแดงส่วนต่อขยาย เป็นปัจจัยหนุนงานในมือและการรับรู้รายได้ในระยะยาว ทั้งนี้เราคาดงานใหม่ที่มีการเซ็นสัญญาปลายปี 2564-ต้นปี 2565 จะมีผลต่อผลประกอบการที่ฟื้นตัวเด่นชัดมากขึ้นในครึ่งหลัง 65 ราคาเหมาะสมปี 2565 ที่ 27 บาท



STEC ลุ้นงานในมือเข้าสู่ระดับ 1.2 แสนล้านบาท

STEC จุดเด่นงานในมือยังสูงรองรับรายได้ต่อเนื่อง STEC มีงานในมือปัจจุบันราว 8 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา จากงานรถไฟทางคู่เส้นทางใหม่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ที่ STEC รับงานร่วมกับพันธมิตรคือ CK คาดได้รับงานราว 1.5 หมื่นล้านบาท และงานโครงการสนามบินอู่ตะเภาวงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท คาดหลังมีการเซ็นสัญญาจะทำให้ บริษัทมีงานในมือเข้าสู่ระดับ 1.2 แสนล้านบาท


รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย..เป้าหมายงานใหม่ปี 2565 จากแผนงานประมูลของภาครัฐ ในงานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง และ ส้ม ที่นับเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งในการแข่งขันการเข้าประมูลของ STEC สำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมา STEC มีงานอยู่ระหว่างทำคืองานรถไฟฟ้าสายสีชมพู เหลือง และส้ม แสดงให้เห็นถึงการมีประสบการณ์และศักยภาพในการรับงาน


ทั้งนี้ผลของผู้ที่ได้รับงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงคาดอยู่ในช่วงต้นปี 2565 และรถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่ในช่วง กลางปี 2565 ขณะเดียวกันจะเห็นความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาการประมูลในรูปแบบ (PPP) คาดได้ข้อสรุปราว ต้นปี 2565 ซึ่งกรณีที่บริษัทไม่ได้เข้าประมูลด้วยตัวเอง แต่จะมีโอกาสในการรับงานช่วงต่อได้


คงคำแนะนำ “ซื้อ “ คาดผลประกอบการไตรมาส 3/64 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรน้อยสุดของปี โดยในไตรมาส 4/64 จะกลับมาใกล้เคียงปกติอีกครั้ง ซึ่งมีงานอยู่ระหว่างทำและมีความคืบหน้า เช่น งานโรงไฟฟ้าปลวกแดง งานหมอชิตคอมเพล็กซ์ โดยมองปัจจัยหนุนในปี 2565 คือการกลับมาฟื้นตัวของผลประกอบการได้ชัดเจนมากขึ้นหลังปลดล๊อก โครงการรัฐสภาที่กดดันระดับอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564


คงประมาณการกาไรปกติปี 2565 ไว้ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโต 51% พร้อมมองประเด็นบวกจากงานประมูลใหม่เช่นงานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งบริษัทมีการขายซองประมูลเปิดขายซองประมูล (TOR) ทั้ง 6 เส้นทางเตรียมยื่นซองประมูล 27 ธ.ค ช่วยต่อยอดงานในมือและการรับรู้รายได้ในอนาคต ราคาเหมาะสมของปี 2565 ที่ 21.50 บาท



PYLON ได้รับงานใหม่จากรถไฟ 3 สนามบิน

PYLON เริ่มรับงานใหม่เพิ่ม ล่าสุดได้รับงานรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน วงเงินรวม 400-500 ล้านบาท (เป็นงานค่าแรง) ซึ่งรับจากผู้รับเหมารายใหญ่ ITD คาดเริ่มเข้างานได้ในช่วงไตรมาส 1/65 โดยจะเห็นความคืบหน้าของงานมากที่สุดในช่วงไตรมาส 2-3/65 (ระยะเวลาทางาน 8 เดือน) ขณะที่ยังมีงานใหม่ที่อยู่ระหว่างการเจรจาได้คืองานยกระดับพระราม 2 และ งานทางด่วนพระราม 3


Backlog อยู่ที่ระดับ 1.5 พันล้านบาท PYLON มีงานในมือปัจจุบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสามารถรองรับรายได้ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3/65 โดยมีงานในปี 2565 ที่คาดหวังคือ งานรถไฟไทย-จีน งานรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีม่วง/ส้ม/แดง โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีความชัดเจนต่อกรอบเวลาการประมูลโดยอยู่ระหว่างการขายซอง (TOR) นอกจากนั้นคาดหวังงานของภาคเอกชนเช่นงานภาคอสังหาริมทรัพย์ / Community Mall บริษัทคาดเห็นสัญญาณเชิงบวกของงานใหม่ในช่วงครึ่งหลัง 2/65


ไตรมาส 4/64 ผลประกอบการฟื้นตัว PYLON คาดผลกระทบจาก COVID-19 ที่มีผลต่อผลประกอบการ และงานใหม่ที่ล่าช้า ได้ผ่านพ้นแล้วในไตรมาส 3/64 และคาดแนวโน้มผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/64 ทั้งการรับรู้รายได้และระดับอัตรากำไรขั้นต้น โดยคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวและเติบโตต่อเนื่องไปปี 2565 หลังจากการเริ่มงานใหม่โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินสามารถก่อสร้างได้


แนะนำ “เก็งกำไร ” ในปี 2565 จะเป็นปีที่เห็นการฟื้นตัวอีกครั้ง จากความคืบหน้าของงานประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่นรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย ซึ่งเป็นความหวังของงานใหม่ที่มีความชัดเจนมากที่สุด และยังมีงานอื่นๆที่เตรียมประมูลและคืบหน้าเพิ่มคือ งานรถไฟฟ้าสายสีส้ม/แดง ส่วนต่อขยาย รวมถึงงานก่อสร้างที่คืบหน้าจากรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้และความสามารถในการทำกำไร


คาดในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้ราว 1.5 พันล้านบาท และมีกำไรปกติที่ 169 ล้านบาท เห็นการเติบโตกว่า 200% ประเมินราคาเหมาะสมปี 2565 ที่ 4.90 บาท บริษัทยังคงจุดเด่นการมีสถานะการเงินที่แข็งแรง เป็น Net Cash company



SEAFCO ง
นประมูลใหม่มีต่อเนื่อง

จากงานที่เข้าประมูลโดยรวมราว 9 พันล้านบาท (ไม่รวมโครงการ Megaproject) รอหนุนงานในมือปัจจุบันที่ 1.3 พันล้านบาท โดยดไตรมาส 3/64 ผ่านจุดต่ำสุด บริษัทคาดไตรมาส 4/64 เห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการโดยรวมทั้งรายได้ และระดับมาร์จิ้น หลังแคมป์คนงานสามารถเปิดทำงานได้ และคาดไม่มีรายการพิเศษจากการตั้งสำรอง


ปี 2565 มีควมหวังจกงนโครงกรใหญ่ของภครัฐ ทั้งจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง/ส้มส่วนต่อขยาย และงานอื่นๆเช่นงานทางด่วน รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ส่วนปัญหาแรงงานอยู่ระหว่างแก้ไข มีโอกาสจ้างงานสัญชาติอื่นเพิ่มเช่นจากประเทศบังกลาเทศ ขณะที่คาดหวังภาครัฐให้การสนับสนุนมาตรการอื่นๆเพิ่ม แนะนำ “เก็งกำไร” คดไตรมาส 4/64 เห็นการฟื้นตัวขึ้นของผลประกอบการที่ไม่มีการปิดแคมป์คนงาน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายมากขึ้น


ปัจจัยหนุนปี 2565 คืองานใหม่จากภาครัฐโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ จากรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ /รถไฟฟ้าสายสีม่วงและส้มส่วนต่อขยาย ราคาเหมาะสม ปี 2565 ที่ 5.34 บาท โดยมีประเด็นติดตามคือแผนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันซึ่งมีผลต่อความสามารถในการทำกำไร



ผู้รับเหมา
รายกลางที่มีโอกาสได้ประโยชน์

กลุ่มผู้รับเหมารายกลางที่มีโอกาสและมีศักยภาพในการรับงานจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เห็นได้จากการรับงานใหม่ต่อเนื่องจากภาครัฐ การมีงานในมือที่อยู่ในระดับมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ณ ปัจจุบัน การเพิ่มเม็ดเงินการลงทุนด้วยการอนุมัติโครงการต่างๆ จะช่วยเพิ่มอุปทานให้กับทั้งกลุ่ม นอกเหนือจาก กลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่


โดยมี 3 บริษัทที่น่าสนใจ NWR CNT UNIQ ที่มีการรับงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่สม่ำเสมอ โดยมีงานในมือมากกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอ จากผลประกอบการล่าสุดไตรมาส 3/64 ที่ยังคงเห็นอัตรากำไรขั้นต้น จากภาพรวมต่างมีผลกระทบจากการปิดแคมป์ คนงานที่เกิดจากการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 และมีผลกระแสเงินสดสุทธิที่ยังเป็นบวก รวมถึงปัจจุบันซื้อขายระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่มีค่าเฉลี่ย 1.21 เท่า


NWR มีงานในมือ 2.1 หมื่นล้านบาท มี EBIT ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท จากผลประกอบการในงวด 9 เดือน 64 มีผลขาดทุน 616 ล้านบาท มีผลขาดทุนสะสม 1.1 พันล้านบาท ปัจจุบัน ซื้อขายระดับ P/BVที่ 1.09 เท่า จากมูลค่าทางบัญชีที่ 0.92บาท/หุ้น


CNT มีงานในมือ 1.3 หมื่นล้านบาท ผลประกอบการในงวด 9 เดือน 64 มีผลขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท ปัจจุบันซื้อขายระดับ P/BV ที่ 0.94เท่า จากมูลค่าทางบัญชีที่ 1.94บาท/หุ้น โดยมีกำไรสะสม 303.8 ล้านบาท


UNIQ มีงานในมือราว 1.6 หมื่นล้านบาท จากผลประกอบการงวด 9 เดือน 64 มีกำไรสุทธิ 20.18 ล้านบาท โดยปัจจุบันซื้อขายระดับ P/BV ที่ 0.84 เท่า จากมูลค่าทางบัญชีที่ 7.46 บาท/หุ้น โดยมีกำไรสะสม 4.5 พันล้านบาท


แม้ว่ากลุ่มผู้รับเหมารายกลาง จะมีการรับงานจากภาครัฐจนมีงานในมือค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดีการควบคุม ต้นทุนของแต่ละโครงการและค่าใช้จ่ายยังเป็นประเด็นติดตาม ซึ่งหากผู้ประกอบการสามารถควบคุม ความสามารถในการทำกำไรได้ดีจะเป็นแนวโน้มที่ดีต่อบริษัท เนื่องจากได้แรงหนุนจากงานใหม่ของภาครัฐ ทั้งจากการเข้าประมูลด้วยตัวเอง พร้อมพันธมิตร หรือการรับงานช่วงต่อจากกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
ลุย “หุ้นโลก” เชิงรุกสร้าง “Alpha” เหนือตลาด ก้าวข้ามทุกความท้าทาย... ชูธีม “Smart Energy Chain” เด่น รับดีมาน์พลังงานไฟฟ้าพุ่งรับ “AI Megatrend” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดศึกไอโฟนรุ่นใหม่ “หุ้นไอที-มือถือ” รับทรัพย์ ชี้ AI ดันรอบเปลี่ยนเครื่องพุ่ง หนุน Q4/69 เด่น ชู COM7-ADVICE
Updated 1 day ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ลงดาบ 4 ราย ปั่นวอลุ่ม “เหรียญ SIX” สั่งจ่ายรวมกว่า 6.5 ล้านบาท แบนเทรด 6 เดือน-ห้ามนั่งบริหาร 1 ปี
Updated 1 day ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีสร้างปริมาณการซื้อขายเหรียญ SIX Network
Updated 1 day ago
News Highlight
BPS ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เปิดเกม “Powering the Future” ชู 5 โซลูชันอัจฉริยะ สร้าง New S-Curve เติบโตยั่งยืน
Updated 1 day ago
Follow Us