3 หุ้นไอพีโอ เคาะราคา เตรียมเทรด SET ส่งท้ายปี 64
ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai เคยนำเสนอหุ้นไอพีโอที่น่าสนใจและคาดว่าจะเข้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2565 ไปแล้ว ดังนั้น บทความนี้จึงรวบรวม 3 หุ้นไอพีโอที่เคาะราคาเสนอขายหุ้นแล้ว และคาดว่าจะเข้าเทรด SET ภายในสิ้นปีนี้มานำเสนอ
BRI หุ้นอสังหาฯ น้องใหม่ที่น่าจับตา
เริ่มที่ตัวแรก BRI หรือ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ในเครือของ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ที่แม้จะเปิดดำเนินงานมาได้เพียง 4 ปี แต่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 11.4 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 2,342.1 ล้านบาท ในปี 2563 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย (CAGR) 489.7% ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีกำไรเติบโตอย่างรวดเร็ว จากผลขาดทุน 3.7 ล้านบาท ในปี 2560 เป็นกำไร 348.7 ล้านบาท ในปี 2563
โดย BRI มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 252,650,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 29.60% ภายหลังการไอพีโอ และกําหนดราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ที่ 10.50 บาท ซึ่งนักลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อหุ้นไอพีโอในวันนี้ (15 ธ.ค. 2564) เป็นสุดท้าย ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ซึ่งประกอบด้วย บล.ทรัพย์กสิกรไทย และ บล.หยวนต้า รวมถึงผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมอีก 4 ราย ได้แก่ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ฟินันเซีย ไซรัส และบล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)
ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุน BRI จะนำไปใช้พัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้ยืมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ คาดว่าหลังจากชำระคืนเงินกู้ยืมอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) จะปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 4.8 เท่า
NV ไอพีโออาหารเสริม เจ้าของแบรนด์ “DONUTT”
สำหรับหุ้นไอพีโอตัวถัดไป คือ NV หรือ บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริมแบรนด์ DONUTT, LIVNEST, หลินจือพลัส ชิตาเกะ, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัทซึทาเกะ และผลิตภัณฑ์บำรุงผม คิว-ติน แฮร์ โทนิค เซรั่ม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังให้บริการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (OEM) แบบครบวงจร โดยบริษัทมีรายได้จากการขายรวมในปี 2561 – 2563 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 327.42 ล้านบาท 478.07 ล้านบาท 2,231.29 ล้านบาท และ 910.14 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิปี 2561 – 2563 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 17.60 ล้านบาท 75.65 ล้านบาท 780.81 ล้านบาท และ 74.22 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.31%, 15.80%, 34.86% และ 8.14% ตามลำดับ
โดย NV มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 150,000,000 หุ้น คิดเป็น 25% ของทุนชำระแล้วหลังไอพีโอ และกําหนดราคาเสนอขายที่ 6.90 บาท ซึ่งนักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 17 ธ.ค. 2564 ผ่าน บล.โกลเบล็ก ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย รวมถึงผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมอีก 6 ราย ได้แก่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส, บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล.เคทีบีเอสที, บล.คันทรี่ กรุ๊ป, บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) และบล. เคจีไอ (ประเทศไทย) โดยคาดว่า NV จะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในเดือนธ.ค. นี้
ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุน NV จะใช้ลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ เพื่อขยายพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าและรองรับการเติบโตในอนาคต ประมาณ 500 ล้านบาท, ปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสมุนไพรและโรงงานสกัดสารสำคัญเพื่อขยายสายการผลิตที่ครอบคุลม ประมาณ 35 ล้านบาท, ปรับปรุงอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ทดแทนการเช่าอาคารซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็กไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของบริษัทฯ และรองรับการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านทางโทรศัพท์ (Telesales) ประมาณ 50 ล้านบาท และที่เหลือจะใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
WFX ผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืด ในเครือของ TRUBB
และสุดท้าย WFX หรือ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งและเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบซิลิโคน ในเครือของ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB โดย WFX มีแบรนด์ภายใต้การบริหารทั้งหมด 7 แบรนด์ ได้แก่ WORLD FLEX, THAITEX, QUALIFLEX, LT RUBBER, CHANGTHAI, PEGASUS (Blue) และแบรนด์ PEGASUS (China)
บริษัทมีรายได้รวมในปี 2561 – 2563 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 1,860.92 ล้านบาท 2,045.11 ล้านบาท 2,408.66 ล้านบาท และ 2,589.52 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิในปี 2561 – 2563 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 19.22 ล้านบาท 7.72 ล้านบาท 57.81 ล้านบาท และ 188.24 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 1.03%, 0.38%, 2.40% และ 7.27% ตามลำดับ
โดย WFX มีแผนจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 142,000,000 หุ้น คิดเป็น 30.59% ของทุนชำระแล้วหลังไอพีโอ แบ่งเป็น
1.ผู้ถือหุ้นเดิมของ TRUBB ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น ไม่เกิน 11,360,000 หุ้น
2.กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ไม่เกิน 14,200,000 หุ้น
3.ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ ไม่เกิน 18,460,000 หุ้น
และ 4. บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 97,980,000 หุ้น
สำหรับราคาเสนอขายหุ้นไอพีโออยู่ที่ 7.20 บาท ซึ่งนักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 17 ธ.ค. 2564 ผ่าน บล.เคทีบีเอสที ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย รวมถึงผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมอีก 6 ราย ได้แก่ บล.โกลเบล็ก, บล.คันทรี่ กรุ๊ป, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.ธนชาต และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส โดยคาดว่า WFX จะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในเดือนธ.ค. นี้
ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุน WFX จะนำไปซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายกำลังการผลิต 300 ล้านบาท บางส่วนใช้คืนหนี้สถาบันการเงินที่เป็นเงินกู้ระยะสั้นที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
