IVL คัมแบ็ค! รับอานิสงส์นโยบาย “ไบเดน”
ประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังคงต้องติดตามกันอย่างต่อเนื่อง แม้ผลนับคะแนนจะยังไม่เป็นทางการแต่ตลาดค่อนข้างมั่นใจว่า ไบเดน จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ก็ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าทางฝ่ายทรัมป์จะมีทีท่าอย่างไร หลังมีประเด็นจะฟ้องร้องต่อศาล ค้านการนับคะแนนรวมถึงมีกลุ่มผู้ประท้วงบางกลุ่มออกมาเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ เพราะเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นอีกด้วย
แต่อย่างไรก็ตามหากไบเดน เป็นฝ่ายชนะ นโยบายต่างๆ ของเขา ที่น่าจับตา ทั้งพลังงานสะอาด (Clean Energy) ที่จะสร้างแรงกดดันต่อราคา น้ำมัน และถ่านหิน นโยบายการค้า ที่มีแนวโน้มจะยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศคู่ค้า อาทิ จีน ยุโรป และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ เป็นต้น
จากหนึ่งในนโยบายดังกล่าว IVL ถือเป็นหนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลก มีโรงงานผลิตครอบคลุมภูมิภาคหลักทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยมีกลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจ Integrated PET ธุรกิจโอเลฟินส์ ธุรกิจเส้นใย ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผลิตภัณฑ์ของไอวีแอลรองรับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล และอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ยางในรถยนต์และผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย โดยปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยและมีโรงงานทั่วโลก ได้แก่ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา อเมริกา และเอเชีย
นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาหุ้นของ IVL ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันที่ 9 พ.ย.63 ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ระดับ 25.75 บาท ลดลง 26.43% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน แต่ล่าสุดในรอบ 5 วันที่ผ่านมา (3 – 9 พ.ย.63 ) ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมาอย่างเห็นได้ชัด โดยปิดบวกที่ระดับ 14.96%
จะได้ประโยชน์อย่างไร
โดย IVL ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลบวกหากไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ที่บอกว่า Commodity Play (พลังงาน, น้ำมัน, โรงกลั่น และปิโตรเคมี) PTT, PTTEP, PTTGC, TOP และ IVL และ Export Play KCE, DELTA, CPF, CBG และ TU รับคาดการณ์นายโจ ไบเดนชนะการเลือกตั้งสหรัฐ ที่คาดช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และต่างประเทศ คาดเป็นปัจจัยหนุนในระยะกลาง ยาว ต่อการค้าและเศรษฐกิจโลก คาดช่วยให้การส่งออกประเทศต่างๆ กลับมาดีขึ้น
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัท บริษัท หลักทรัพย์ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า กลุ่มที่ได้ประโยชน์หากไบเดนชนะเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นมีชื่อของ IVL จากราคาน้ำมันที่เป็นวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า การเข้ามาของ ไบเดน มองอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์ทางอ้อมได้แก่ ปิโตรเคมี (IVL,PTTGC, SCC) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA, KCE) ขนส่ง (PSL, WICE) หุ้นได้ประโยชน์จากบาทแข็งค่า (SABINA) โรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, GULF, RATCH)
ส่วนนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บอกว่า ภาพรวมปัจจุบันไบเดนมีโอกาสสูงที่จะเป็นประธานาธิบดี แต่ไม่สามารถครองสภาบนได้ จะขับเคลื่อนนโยบายที่แข็งกร้าวได้ไม่เต็มที่ ทำให้ Theme การลงทุนเบื้องต้น สำหรับปี 64 คือ Quality/Cyclical/Financial 1) Green Energy Related Play GULF, BCPG, RATCH, KSL, TVO 2) Cyclical Commodity ขั้นกลางปลายเด่น TOP, SCPG, IVL, VNT 3) Food CPF, TU 4) Quality Strong/Cash Flow OSP, INTUCH, ADVANC, BBL, TISCO 5) Semi-Conductor : KCE, HANA, DELTA, SMT
“ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น IVL ปรับตัวลงมาเยอะแล้ว เรามองว่าบริษัทมาถูกทาง พยายามไปในธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นพลังงานสะอาด เริ่มออกห่างจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง ดังนั้นมองว่าธุรกิจยังมีอนาคตอยู่ มองราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวได้อีก ซึ่งระยะสั้นอาจโดนขายทำกำไรหลังกำไรไตรมาส 3/63 ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อย เชื่อราคาหุ้นยังขึ้นได้ต่อ ให้รอราคาอ่อนตัวมาจุดในการเข้าซื้อ มองแนวรับ 2 ช่วง 25-25.5 บาท และอีกช่วงคือ 24 บาท ส่วนด้านบนราคามีโอกาสปรับตัวไปถึง 33-34 บาท” พี่อ๋อง เอกภาวิน สุนทราภิชาติ” ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวผ่านรายการ WEALTHY TALK EP.27
ผ่าผลงานน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน
ในช่วงปี 2559-2561 กำไรสุทธิของ IVL เติบโตอย่างโดดเด่น โดยปี 2559 มีกำไรสุทธิ 16,197.10 ล้านบาท ต่อมาปี 2560 กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 20,882.86 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2561 เติบโตต่ออีกมาสู่ระดับ 26,465.40 ล้านบาท แต่ปี 2562 มีกำไรสุทธิปรับลดลงมาที่ 5,252.11 ล้านบาท
และล่าสุดนายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/63 มีกำไร 380.07 ล้านบาท ลดลง 52% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่มีกำไร 792.86 ล้านบาท ส่งผลให้ งวด 9 เดือนปี 63 มีกำไร 1,104.30 ล้านบาท ลดลง 83% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่มีกำไร 6,767.69 ล้านบาท
โดยกำไรที่อ่อนแอในปัจจุบันในทั้งสามกลุ่มธุรกิจ จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบชั่วคราวในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mobility และอุตสาหกรรมค้าปลีก แม้ว่าบริษัทจะมีผลประกอบการที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมจากขนาด การเป็นผู้ผลิตในท้องถิ่นในทุกๆที่ และความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรของบริษัทในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำในทุกกลุ่มธุรกิจ
สำหรับธุรกิจ Combined PET ถูกกดดัน จากการลดลงของราคาน้ำมันดิบ ส่งผลต่อการจำกัดการเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ราคาแนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในการผลิต PX และ MEG ในทวีปเอเชียลดต่ำลง รวมถึงการปิดตัวของอุตสาหกรรมการค้าปลีก หรือที่เรียกว่า mainstreet ทำให้ความต้องการ PX PTA และ MEG ลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากความต้องการในธุรกิจเครื่องแต่งกายที่ลดลง
ด้านธุรกิจ Integrated Olefin Derivatives ในปีนี้อัตรากำไร MEG ในเอเชียที่ค่อนข้างคงที่ที่เกิดจากความได้เปรียบด้านวัตถุดิบของแนฟทา ทั้งนี้ วัตถุดิบ shale gas ในประเทศสหรัฐอเมริกา (ที่ซึ่งธุรกิจของบริษัทตั้งอยู่) ความได้เปรียบลดลง ส่งผลให้ผลการดาเนินงานของธุรกิจ IOD ลดลง ขณะที่สถานการณ์โควิดที่ส่งผลให้พรีเมี่ยมของราคา MTBE เหนือราคาน้ำมันเบนซินหายไป และล่าสุดในไตรมาสที่ 3 ปี 2563 การปิดโรงงานจากผลกระทบของพายุเฮอริเคนลอราและเดลตา
ในไตรมาสที่ 3/63 บริษัทรายงานปริมาณการขายซึ่งรวมในส่วนของ IVOX (กิจการ Spindletop) 3.6 ล้านตัน เติบโต 18% เมื่อเทียบปีต่อปี และ 3.2 ล้านตัน เมื่อไม่รวมปริมาณการขายจาก IVOX เพิ่มขึ้น 4% ส่วนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 354 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและ unused credit lines เป็นจำนวนถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้บริษัทได้วางรากฐานที่สำคัญในปี 63 ด้วยโครงการ Olympus ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นเลิศของธุรกิจ และเพิ่ม EBITDA จำนวน 582 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 66 โดยมีการปรับเป้าหมายจากที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้าที่ 352 ล้านเหรียญสหรัฐในงาน Capital Markets Day เมื่อต้นปี 63 หลังการดำเนินงานอย่างจริงจัง และแรงสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในการสร้างทีมเพื่อริเริ่มการดำเนินโครงการในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจทั่วโลก
นอกจากนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินงานตามแผน เพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG และคำมั่นด้านการรีไซเคิลในการเพิ่มการรีไซเคิลเป็น 750,000 ตันต่อปีและลงทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการรีไซเคิลทั่วโลกภายในปี 68
บริษัทได้ส่งเสริมความแข็งแกร่งด้านผู้นำ และยังมีการสรรหาผู้นำด้าน Digital and Lean Six Sigma มาสนับสนุนการปฏิรูปด้านเทคโนโลยีขององค์กรอีกด้วย และยังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานเพื่อพัฒนาระบบ S4 Hana (ระบบ ERP หรือ การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจ) สำหรับการดำเนินงานทั่วโลก และจัดตั้งสำนักงาน Global Business Services (GBS) ซึ่งเป็นจุดเด่นในการดำเนินงานตามโครงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ
แม้ตัวเลขกำไรสุทธิดังกล่าวของไตรมาส 3 จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดูเหมือนว่าในระยะยาว IVL มีการปรับเป้าหมาย EBITDA เป็นจำนวน 582 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 66 จากเดิมคาด 352 ล้านเหรียญสหรัฐ นั่นแปลว่าทิศทางผลประกอบการของ IVL เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า มาร์จิ้น PET ถึงจุดต่ำสุดแล้ว แม้กำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 51% แต่คาดว่าผลประกอบการปี 64 จะดีขึ้น เนื่องจากปี 63 ถูกกระทบจากหลายปัจจัย คือ 1.มาร์จิ้นแคบลงเพราะอุปสงค์ชะลอตัวจากวิกฤตโควิด-19,
2.ปริมาณการผลิตลดลง เพราะมีปิดโรงงาน IOD ในสหรัฐ 70 วันช่วง 1Q63และ 30 วันในไตรมาส 3/63 เนื่องจากมีพายุเฮอริเคนในเดือนส.ค.63 และ 3.ขาดทุนสต็อก (ใน 1H63 มีขาดทุนส่วนนี้ถึง6.7 พันล้านบาท) ส่วนปี 64 มีปัจจัยหนุนจากปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น, อุปสงค์ PET ฟื้นตัว และมาร์จิ้นผลิตภัณฑ์เช่น PET, MEG ดีขึ้น จึงคงคำแนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 24 บาท อิงกับ P/E ปี 64F ที่ 17 เท่า (-0.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ผลประกอบการผ่านช่วงเลวร้าย จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2564 ลดลงมาอยู่ที่ 29.00 บาท (เดิม 30.00 บาท) มองข้ามไปไตรมาส 4/63 ถึงครึ่งปีแรก 64 เชื่อว่าผลประกอบการผ่านช่วงที่เลวร้ายสุดไปแล้ว คาดเห็นการฟื้นตัวใน ไตรมาส 4/63 ถึงครึ่งปีแรก 64 โดยเฉพาะการเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจในไตรมา 2/64 ทางพื้นฐานจึงคงคำแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ตาม เชิงกลยุทธ์นักลงทุนอาจทยอยเข้าสะสมช่วงหุ้นอ่อนตัวจากการถูกตลาดปรับลดประมาณการ
