Official Update :

หุ้นรับเหมากำลังจะตื่น !! เมื่อรัฐผลักดันโครงการเกือบ 5 แสนล้านบาท

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น มักจะมักจะมีรูปแบบเสมอ ซึ่งในทุกครั้งที่ต้องการเริ่มต้นการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต มักจะเริ่มจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน หรือกระทั่งรถไฟรางคู่ ทั้งนี้หลังในปี 2565 มีแนวโน้มว่าการผลักดันเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง และจะเป็นประโยชน์ให้กับหุ้นรับเหมาได้กลับมาโดดเด่น


ในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เปรียบเหมือนยักษ์หลับ ที่ปลุกไม่ตื่น ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงตั้งแต่ก่อนมี covid-19 ผู้รับเหมาจากจีนเข้ามาแข่งขันกับผู้รับเหมาไทยอย่างหนักหน่วง และเมื่อ Covid-19 เกิดขึ้นจึงทำให้การลงทุนใหม่ๆของภาครัฐนั้นนิ่งสนิท แต่ในปี 2565 นั้นเริ่มมีสัญญาณที่ดีที่หุ้นกลุ่มนี้จะกลับมาอีกครั้ง


บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มองว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้างในไตรมาส 1 ปี2565 คาดจะมีข่าวเกี่ยวกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เข้ามาช่วยกระตุ้น คือ โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสาน 1.27 แสนล้านบาท กำหนดลงนามในเดือน ม.ค.65 โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ 7.8 หมื่นล้านบาท. กำหนดยื่นซองประมูล 27 ธ.ค. คาดทราบผลใน 1Q65 และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.27 แสนล้านบาท คาดเปิดประมูลใน ไตรมาสที่ 1 ปี 65 โดยหุ้นกลุ่มรับเหมาจะมีประเด็นความเสี่ยงที่ทำให้ปี 2565 ที่ยังผันผวน คือ ความล่าช้าของงานประมูล การแพร่ระบาดของCovid-19 ต้นทุนเหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการเมืองในปี 2565 จะมีความไม่แน่นอนมากขึ้น เราคงให้น้ำหนักกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเท่าตลาด หุ้นที่แนะนำ TRADING BUY ในช่วงอ่อนตัวในกลุ่ม คือ CK (เป้าหมาย 24 บาท) และ STEC (เป้าหมาย 17 บาท)



รถไฟทางคู่สายเหนือ-อีสาน 1.27 แสนล้านบาท ลงนาม ม.ค.65

คณะกรรมการ รฟท. ได้มีมติอนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงิน 72,920 ล้านบาท จำนวน 3 สัญญา และโครงการรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงินรวม 55,458 ล้านบาท จำนวน 2 สัญญา คาดว่าจะสามารถลงนามกับผู้รับจ้างทั้ง 5 สัญญาได้ในเดือน ม.ค. 65 และเริ่มดำเนินการเวนคืนที่ดิน และทยอยส่งมอบพื้นที่ให้ก่อสร้าง บริษัทรับเหมาในตลาด คือ CK, ITD, STEC, UNIQ และ NWR ประมูลต่ำกว่าราคากลางไม่มาก จะช่วยเพิ่ม Backlog และ หนุนผลประกอบการ



โครงการรถไฟสายสีม่วงใต้ 7.8 หมื่นล้านบาท. รฟม.กำลังขายซองประมูล

โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ปัจจุบัน รฟม. กำลังขายเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธา ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. - 24 ธ.ค. กำหนดยื่นข้อเสนอวันที่ 27 ธ.ค. คาดทราบผลภายในไตรมาสที่ 1 ปี2565 แบ่งงานก่อสร้างเป็น 6 สัญญา ราคากลางรวม 78,712 ล้านบาท มีมูลค่าแต่ละสัญญาสูง 1.2-1.8 หมื่นล้านบาท เราคาดจะแข่งขันใน 4 รับเหมาขนาดใหญ่ คือ CK, ITD, STEC, UNIQ โดยงานก่อสร้างใต้ดิน 10 สถานี (4 สัญญา) CK กับ ITD จะมีความได้เปรียบจากที่มีประสบการณ์ในการก่อสร้างงานใต้ดินสายสีน้ำเงิน และ สายสีส้มตะวันออก ส่วนงานก่อสร้างยกระดับ 7 สถานี (1สัญญา) คาดจะแข่งขันระหว่าง 4 บริษัท คือ CK, ITD, STEC, UNIQ



โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดเปิดประมูลในไตรมาสที่ 1 ปี2565

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม ลงทุนรูปแบบ PPP Net Cost 30 ปี เอกชนลงทุนงานโยธาช่วงตะวันตก งานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถ บริหารการเดินรถ และซ่อมบำรุงรักษาโครงการตลอดสาย จากบางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กม. จำนวน 28 สถานี วงเงินลงทุน 127,012 ล้านบาท รัฐสนับสนุนเงินลงทุนไม่เกินค่างานโยธา 96,012 ล้านบาท โดยสายสีส้มตะวันออกกำหนดเปิดเดินรถปี 2567 และ เปิดตลอดสายในปี 2569 เราคาดจะเปิดประมูลประมาณไตรมาสแรกปี 2565 และ คาดจะยังเป็นการแข่งขันระหว่างสองกลุ่ม คือ กลุ่ม BEM+CK และ BTS+STEC ในมุมมองของเรา กลุ่ม BEM+CK จะมีความได้เปรียบ เนื่องจากงานก่อสร้างสายสีส้มตะวันตก 11 สถานีเป็นงานใต้ดินทั้งสายซึ่ง CK มีความชำนาญมากกว่า รวมถึงลักษณะโครงสร้างของสถานีจะมีการเชื่อมกันระหว่างสายสีน้ำเงิน และ สายสีส้มได้ดี


บล.โนมูระ พัฒนสิน  มีมุมมองที่ดีต่อหุ้นรับเหมา ต่อความคืบหน้าของโครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ/อีสาน หลังผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า การประมูลเป็นไปตามระเบียบ และไม่มีพฤติกรรมสมยอมราคา ทำให้หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ที่เราศึกษาทั้ง CK และ STEC จะได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็น lowest bidder (โดยอยู่ภายใต้ชื่อกลุ่มกิจการร่วมค้า CKST) ในโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของสัญญาที่ 2 และ 3 คิดเป็นการได้งานกลุ่มฯกว่า 4.6 หมื่นล้านบาทแบ่งเป็น


สัญญาที่ 2 งาว-เชียงราย ระยะทาง 132 กม. เสนอราคาต่ำสุดที่ 2.7 หมื่นล้านบาท


สัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 87 กม. เสนอราคาต่ำสุดที่ 1.9 หมื่นล้านบาท


ในส่วนต่อไปจะเป็นขั้นตอนของการประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการ และสัดส่วนการได้งานของผู้รับเหมาฯแต่ละราย โดยการลงนามคาดจะอยู่ในช่วงเดือน ม.ค. 2022 ส่งผลให้ backlog กลุ่มฯ ที่เป็นขาลงนั้นพลิกกลับขึ้นมาอีกครั้ง มอง backlog กลุ่มฯ ใน 1Q22F อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท (+15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, +45% จากไตรมาสก่อน) แบ่งเป็น CK ที่ 4.7 หมื่นลบ. (+79% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, +110% จากไตรมาสก่อน) และ STEC ที่ 7.1 หมื่นลบ. (-7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, +20% จากไตรมาสก่อน) โดยอิงสมมติฐานส่วนแบ่งการได้งานของ CK และ STEC ที่ 60% และ 40% ตามลำดับ


การเข้ามาของโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของสัญญา 2 และ 3 (เรารวมไว้ในประมาณการแล้ว) จะมี contribution ต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้กลุ่มฯ ในปี 2022F กว่า 4.1 พันลบ. แบ่งเป็น CK ที่ 2.4 พันลบ.และ STEC ที่ 1.7 พันลบ. และคิดเป็น progress ของโครงการตลอดทั้งปีราว 9% ซึ่งถือว่า conservative (อิงระยะเวลาก่อสร้าง 6 ปี จะเฉลี่ย progress 17%/ปี) เพื่อสะท้อนการก่อสร้างในช่วงเริ่มแรกของโครงการ


แม้การคาดการณ์ของเราก่อนหน้านี้ มองว่าการลงนามของรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของจะมีในช่วงเดือน ธ.ค. 2021 อย่างไรก็ตามการเข้ามาในช่วงเดือน ม.ค. 2022 ยังถือว่าใกล้เคียงกับที่เราคาด เบื้องต้นมี downside ต่อรายได้ก่อสร้างและกำไรสุทธิทั้งปี 2021F ราว -1% และ -3% ตามลำดับ จึงถือว่าไม่ได้กระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ



ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 18 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 12 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us