คุยกับซีอีโอ DHOUSE หวังพิชิตพันล้านด้วยอสังหาฯท้องถิ่น
หลังจาก DHOUSE ได้ไม่นานก็ยังได้กระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเสมอมา เพราะถือเป็นผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดมหาสารคาม ประเภทที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์เพื่อขายหลากหลายรูปแบบ อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และอาคารพาณิชย์ ล่าสุดเราได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายพงศ์พจน์ เลิศรุ้งพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE
ได้เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดมหาสารคามมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นเมืองแห่งการศึกษาที่มีนักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำให้เกิดการค้าขาย การลงทุนในภาคธุรกิจ ส่งผลให้เกิดความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และเนื่องจากมหาสารคามเป็นจังหวัดที่ไม่ได้พึ่งพิงการท่องเที่ยว ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และยังมีกำลังซื้อ
โดยหลังระดมทุน บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแผนธุรกิจและแผนการตลาด เริ่มจากโครงการ U Park โครงการบ้านจัดสรรคุณภาพในราคาที่เหมาะสม บนพื้นที่ 40 ไร่ ทำเลดีใกล้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวนรวม 249 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 607.07 ล้านบาท คาดการณ์เปิดขายโครงการไตรมาส 1/64 และโครงการแกรนด์บิซ 2 อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น จำนวน 40 ยูนิต บนพื้นที่ 3 ไร่ เดินทางสะดวกใกล้มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า และสถานที่ราชการต่างๆ มูลค่าโครงการ 127.60 ล้านบาท คาดการณ์เปิดขายโครงการไตรมาส 2/64 ดังนั้นจึงเชื่อว่าปี 2564 คาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแผนธุรกิจ และความเป็นไปได้ของโครงการ เพื่อพัฒนาโครงการรูปแบบใหม่ประเภท คอนโด Lowrise และ Mixed-use เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งทางบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาในการปล่อยเช่าครึ่งหนึ่ง เปิดขายครึ่งหนึ่ง เพื่อสร้างรายได้ประจำในอนาคต อีกทั้ง บริษัทมีแผนที่จะขยายไปหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดอื่นๆที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น อุบลราชธานี โคราช และ อุดรธานี โดยตั้งเป้าการเติบโตระยะ 3-5 ปี (ภายในปี 2568) จะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2563 จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อรับอนุมัติงบและประกาศแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ โดยคาดว่าผลประกอบการจะทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายภายในที่วางไว้ เบื้องต้นคาดจะมียอดโอนกรรมสิทธิ์มากกว่า 20 ล้านบาท ไกล้เคียงไตรมาส 2/2563 ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-กันยายน) อยู่ที่ระดับ 70 ล้านบาท
ส่วนงวดไตรมาส 4/2563 ยังมีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดจะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี เนื่องจาก ณ สิ้นไตรมาส 3/2563 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมประมาณ 58 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ทั้งหมดในช่วงไตรมาส 4/2563 และยังมีสินค้าพร้อมขาย (Inventory) ในมืออีกประมาณ 160-170 ยูนิต รองรับการขายในช่วงปลายปีได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงประเมินว่าภาพรวมช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้รวม 46.78 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 10.62 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 2563 คาดรายได้รวมจะอยู่ที่ระดับ 154 ล้านบาท เติบโต 8% จากปีก่อน
ด้านนายอรรถ เลิศรุ้งพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่าครึ่งปีแรก จากผลกระทบที่ประเทศไทยมีมาตรการล็อคดาวน์ ซึ่งหลังจากปลดล็อคดาวน์แล้วโครงการของ DHOUSE ยังคงได้รับความนิยม มีลูกค้าสนใจจองซื้ออย่างต่อเนื่อง
โดยในไตรมาส 3/63 มียอดโอนจำนวน 22 ยูนิต แบ่งเป็นโครงการเดอะแกรนด์ เรสซิเดนซ์ 8 ยูนิต เดอะแกรนด์ คาเนล 9 ยูนิต และเดอะแกรนด์ บิซ 5 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวม 70.42 ล้านบาท และมียอดจองคงเหลือรอโอนจำนวน 18 หลัง หลัง แบ่งเป็นโครงการโครงการเดอะแกรนด์ เรสซิเดนซ์ 2 ยูนิต เดอะแกรนด์ คาเนล 2 ยูนิต เดอะแกรนด์ บิซ 5 ยูนิต และพฤกภิรมย์ 9 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 58.05 และในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะเริ่มโอนโครงการพฤกภิรมย์ ได้ในช่วงปลายเดือน พ.ย. หรือ ต้นเดือน ธ.ค. และเชื่อว่ามียอดจองและยอดโอนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
