หุ้นพลังงานกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 เดือน
จากการที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง หลังได้ปัจจัยหนุนจากภาวะน้ำมันตึงตัวในตลาด รวมทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐ ส่งผลทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นจะเทรดอย่างไรบทความนี้มีคำตอบ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าในวันนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์จะอยู่ในกระแสการลงทุน โดยกลุ่มที่น่าจะเกิดกระแสการเก็งกำไรเชิงบวกหลัก ๆคือ กลุ่มน้ำมัน อิง ราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ในขาขึ้น เมื่อวานขึ้นแรงราว 3.5% ใกล้แตะ 84 เหรียญ และขึ้นโดดเด่นกว่าสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อาทิ น้ำตาล ขึ้น 1.57% (ดีต่อ KSL KTIS) ฯลฯ
โดยปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน มาจาก 1.Dollar ที่อ่อนค่า 2. Supply ที่ลดลงช่วงสั้น เนื่องจากมีรายงาน OPEC+ ผลิตน้ำมันต่ำกว่าโควตาที่กำหนด โดยสมาชิกบางราย ได้แก่ ไนจีเรียและลิเบีย ไม่สามารถผลิตน้ำมันได้ตามโควตา เนื่องจากประสบปัญหาการผลิตในประเทศ โดยเชื่อน้ำมันที่ขึ้นแรง ว่าจะเป็นปัจจัยหนุนและ Sentiment บวกต่อ หุ้นในกลุ่มน้ำมัน, เช่น PTTEP (ราคาเป้าหมาย 149 บาท), PTT (ราคาเป้าหมาย 49.5 บาท) TOP (ราคาเป้าหมาย 63 บาท), แนะนำซื้อ
ทางด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกมาให้ความเห็นว่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ในหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่นและปิโตรเคมีอย่าง PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, SPRC, IRPC, IVL, BCP จากการที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 7.2% นับจากตันปีที่ผ่านมาขึ้นไปที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ย. ที่ผ่านมาจากความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังคลายความกังวลโอมิครอนจะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตตามดาดและปัญหาด้าน supply จากคาซักสถานและลิเบีย นอกจากนั้นการปรับลดราคาจำหน่ายน้ำมันดิบ (OSP) ในเดือนก.พ. ของซาอุฯ ก็จะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นอีกด้วย
ล่าสุดเมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง 2.99 เหรียญ/บาร์เรลหรือ เพิ่มขึ้น 3.82% ปิดที่ 81.22 เหรียญ/บาร์เรล โดยได้ปัจจัยหนุนจากภาวะน้ำมันตึงตัวในตลาดหลังมีรายงานว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ผลิตน้ำมันต่ำกว่าโควตาที่กำหนด รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไปได้ และเชื่อว่าผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจนั้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น
โดยให้ราคาเป้าหมาย PTT 45.50 บาท, PTTEP ราคาเป้าหมาย 145.00 บาท, PTTGC ราคาเป้าหมาย 62.50 บาท, SPRC ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท, IRPC ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท และ IVL ราคาเป้าหมาย 46.50 บาท
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า PTTEP ราคาเป้าหมาย 156 บาท แนะซื้อ โดยมองจะได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ด้านแนวโน้มงบไตรมาส 4/64 คาดมีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาททรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นแรงกว่า 263%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนSPRC แนะซื้อ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ที่ 1.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจาก 113 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 71%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว และอัตราการกลั่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 80% จาก 74% ในไตรมาส 3/64
