TISCO เร่งเพิ่มสาขา “สมหวัง เงินสั่งได้”ลุยธุรกิจเงินด่วน ดันพอร์ตสินเชื่อโต4-5 % มั่นใจจ่ายปันผลดีต่อเนื่อง
TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประเดิมแถลงแผนกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2565 เป็นเจ้าแรกในกลุ่มธนาคาร โดยจะเน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อ High Margin และเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต ประกันภัย และวาณิชธนกิจ รวมถึงขยายฐานลูกค้าด้วยการพัฒนา Digital Platform
โดยนายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมประมาณ 4-5% จากการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าเช่าซื้อ จำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อเพื่อการบริโภค ผ่านสาขาของธนาคารทิสโก้ โดยตั้งเป้าขยายสาขา “สมหวัง เงินสั่งได้” เป็น 400 แห่ง เพื่อครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น ส่วนสินเชื่อผู้ประกอบการ ธนาคารมองโอกาสเติบโตในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และพลังงานทางเลือก โดยคาดหลังสินเชื่อเติบโต 2 หลัก ขณะที่สินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมยังเป็นเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวัง
“กลุ่มพลังงานทางเลือกเป็นเทรนด์โลกและมีกระแสการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์โลก ส่วนอสังหาฯ จากกฎเกณฑ์ที่ผ่อนคลายลงอาจทำให้เกิดโครงการใหม่ๆมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องการเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้ความต้องการเงินทุนจากธนาคารเพิ่มมากขึ้น” นายศักดิ์ชัย กล่าว
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต้องรอประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากไม่ร้ายแรงมากคาดว่า NPL อาจปรับขึ้นเล็กน้อย จากสิ้นปี 2564 ที่อยู่ที่ 2.4% ธนาคารมองว่าสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับที่เพียงรอรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยสิ้นปีก่อน Coverage Ratio อยู่ที่ระดับ 236.7%
สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้ ธนาคารจะเน้นการเติบโตในธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันภัย รวมถึงธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันภัย จะพัฒนาช่องเข้าถึงลูกค้าในรูปแบบ Customer Touchpoint ทั้งจากพันธมิตรทางธุรกิจ ช่องทางดิจิทัล และการ Cross-sell ฐานลูกเดิม ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Mass-affluent หรือมีสินทรัพย์ในระดับ 5 ล้านบาทขึ้นไป ผ่านบริการลงทุน นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาการลงทุน
“ปีก่อนค่ารายได้ธรรมเนียมเติบโตประมาณ 9.7% จากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนและหลักทรัพย์ที่ขยายตัวได้ดี และธนาคารยังมีกำไรจากเงินลงทุนบางส่วนเข้ามาสนับสนุน ส่วนปีนี้ทิศทางตลาดทุนยังดีแต่อาจไม่เท่าปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูง แต่ Bancassurance น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างนายหน้าประกันเติบโตตามไปด้วย ช่วยผลักดันให้รายได้ค่าธรรมเนียมในปี 2565 ขยายตัวตามแผนที่ธนาคารวางไว้” นายศักดิ์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารจะใช้กลยุทธ์การเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการพัฒนา Digital Platform โดยจะเน้นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและข้อมูล และผสานบริการทางดิจิทัลกับธุรกิจหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและสร้างรูปแบบการให้บริการใหม่ รวมถึงรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น โดยสนับสนุนให้ฐานลูกค้ารวมที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 1.5 ล้านราย แต่มีส่วนน้อยที่ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร หันมาใช้บริการในส่วนนี้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 25.2% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ธนาคารยังมีความสามารถในการจ่ายปันผลที่ดีต่อเนื่อง
