Official Update :

ราคาน้ำมันขาขึ้นในรอบ 7 ปี หาคำตอบ...หุ้นไหนที่น่าสะสม

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของกลุ่มพลังงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น หลังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง สูงสุดรอบ 7 ปี จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกรณีเลวร้ายอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก เพราะ UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันราย ใหญ่อันดับ 7 ของโลก


ทั้งนี้สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.61 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 85.43 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2557 ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.2% ปิดที่ 87.51 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2557 เช่นกัน


โดยสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังจากกลุ่มกบฏฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีพื้นที่ชั้นในของ UAE ใกล้กับบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมัน 3 คันเกิดเพลิงลุกไหม้และระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย


ด้านมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากประเด็นราคาน้ำมันดิบปิดบวก 1-2% สูงสุดรอบ 7 ปี หนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มกบฎฮูตีได้ส่งโดรนเข้าโจมตีรถบรรทุกน้ำมันในเมือง Abu Dhabi เมืองหลวงประเทศ UAE


ทั้งนี้มองว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มกบฎฮูตีได้ส่งโดรนเข้าโจมตีรถบรรทุกน้ำมันในเมือง Abu Dhabi เมืองหลวง ประเทศ UAE ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต แม้เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตน้ำมันทันที แต่ทำให้เกิดความกังวลต่อการผลิตน้ำมัน กรณีเลวร้ายอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก เพราะ UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันราย ใหญ่อันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ของ OPEC ด้วยกำลังผลิต 4 ล้านบาร์เรล/วัน (4% ของโลก)


โดยปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเร่งให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นท่ามกลาง 1.สถานการณ์อุปทานในตลาดที่ตึงตัวต่อเนื่องมาจากปีก่อน 2.เงินเฟ้อไต่ระดับขึ้นช่วยหนุนการลงทุนในน้ำมันดิบ 3.สถานการณ์ในยูเครน ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ - รัสเซีย (ผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 2 ของโลก)


ดังนั้นประเด็นข้างต้นส่งผลให้วานนี้ราคาน้ำมันปิดบวก 1-2% สูงสุดรอบ 7 ปี เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานวันนี้ และน่าจะปรับตัวดีกว่าตลาด โดยชอบ BCP, TOP, PTTEP ซึ่ง PTTEP เป็นตัวแทนหุ้น Oil-play ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันโดยตรง ขณะที่ TOP มีจุดเด่นจากงบไตรมาส 4/64 จะออกมาดี และ BCP ได้ปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากเมื่อคืนนี้ราคาหุ้น OKEA (ผู้ผลิตน้ำมัน - ก๊าซธรรมชาติใน Norway) ปรับตัวขึ้น 5% และ BCP น่าจะรับรู้กำไรของ OKEA ที่ดีเข้ามาในงบไตรมาส 4/64


ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุว่า หุ้นกลุ่มน้ำมันมีปัจจัยหนุนระยะสั้น เลือก PTTEP และ SPRC เป็นหุ้นเด่น โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบ เดือน ก.พ. ราคาน้ำมันดิบกลับมายืนเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปัจจัยพื้นฐาน ด้าน Seasonal Demand รวมไปถึงการผลิตน้ำมันในลิเบียลดลงเหลือเพียงวันละ 729,000 บาร์เรล (เดิม 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) เนื่องจากมีการปิดบ่อน้ำมันหลายแห่ง รวมทั้งมีการปิดซ่อมบำรุงท่อส่งน้ำมัน


นอกจากนี้ระยะสั้น ประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน เกี่ยวกับความกังวลต่อความไม่สงบ ในตะวันออกกลาง หลังจากกลุ่มกบฏฮูตี ก่อเหตุโจมตีพื้นที่ชั้นในของ UAE ใกล้กับบริษัทน้ำมันแห่งชาติ อาบูดาบี (ADNOC) ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีสาธารณูปโภคด้านน้ำมันของ UAE จะสร้างความเสียหายในวงจำกัด


แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มกบฏฮูตีสามารถรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของ UAE โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการผลิตน้ำมัน ทำให้เกิดความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ อาจจะยกระดับความรุนแรงเพิ่มในระยะสั้น รวมไปถึงอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่าน และสหรัฐฯ ในอนาคต เนื่องจากกลุ่มกบฏฮูตีเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน


ดังนั้นจึงมองเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Oil play ได้แก่ PTT (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 บาท) PTTEP (แนะนำ ซื้อ ราคา เป้าหมาย 140 บาท) TOP (แนะนำ ซื้อราคาเป้าหมาย 66 บาท) และ SPRC (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.8 บาท) โดยยังคงเป็นหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่ม

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”