ออมหุ้น TISCO พอร์ติดลบ แต่ปันผลยังโดดเด่น
หุ้นกลุ่มแบงก์ประกาศผลการดำเนินงานออกมาครบแล้ว โดยภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ยังอ่อนแอจากการตั้งสำรองฯ ที่สูงต่อเนื่อง ประกอบกับหมดระยะเวลามาตรการพักชำระหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังรอติดตามหนี้เสีย หรือ NPL ที่จะออกมาในไตรมาส 4/63 อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นของกลุ่มธนาคารปรับลงจากปัจจัยลบคอนข้างมาก จนถึงกับแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน แต่ถ้าพูดถึงหุ้นธนาคารที่ให้ปันผลสูง นักวิเคราะห์ยังมองว่า TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังน่าสนใจ ดังนั้น Wealthy Thai จึงทดลองดูว่า ถ้าเราออมหุ้นหรือ DCA หุ้น TISCO เป็นเวลา 5 ปี ผลตอบแทนจะเป็นอย่างไร
จากข้อมูล SETSMART พบว่า ถ้า DCA หุ้นแม็คโคร เป็นเวลา 5 ปี จะขาดทุน 8,143.00 บาท หรือ -2.88% โดยมูลค่าพอร์ตอยู่ที่ 282,529.00 บาท และเพิ่มเป็น 274,386.00 บาท ในปัจจุบัน โดยมีราคาเฉลี่ยต้นทุนที่ 71.56 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน (22 ต.ค. 63) ที่ 69.50 บาท แม้พอร์ตจะติดลบจากราคาหุ้นที่ปรับลงค่อนข้างมาก แต่ยังได้รับปันผลค่อนข้างสูงที่ 64,022.05 บาท
ลูกหนี้ 85% กลับมาชำระได้ตามปกติ
ส่วนแนวโน้มการลงทุนต่อจากนี้ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ลูกหนี้ของ TISCO ที่เข้ามาตรการช่วยหลือตามแนวทางธปท. ณ สิ้นไตรมาส 3/63 ยังคงมีปริมาณใกล้เคียงเดิมที่ราว 24% ของสินเชื่อรวม ปัจจุบันราว 85% ของลูกหนี้ที่เข้าโครการดังกล่าว กลับมาชำระหนี้ได้เป็นปกติติดต่อกัน 3 เดือน มีราว 8% ได้ขอรับความช่วยเหลือเพิ่มในเฟส 2 โดยการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ที่เหลืออีก 7-8% เป็นลูกหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระได้กลับเป็น NPL ทั้งนี้ตัวเลขหนี้ NPL ณ สิ้น ก.ย. 63 ดูดีขึ้น โดยลดลงจาก 3.3% ณ สิ้นมิ.ย. 63 เหลือ 2.63% เป็นผลจากการติดตามทวงถามหนี้ได้เป็นหลัก ส่วนการจัดชั้นหนี้ยังพยายาม conservative จะปรับลูกหนี้ขึ้นชั้นปกติ (Stage1) ก็ต่อเมื่อสามารถจ่ายชำระเต็มจำนวนเป็นเวลา 3 ดือนถึงจะปรับชั้นขึ้น ซึ่งผู้บริหารยอมรับว่าไตรมาส 4/63 จากภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มีโอกาสที่จะมีหนี้ NPL เพิ่มขึ้นได้ แต่มองว่าหากยังไม่เกิน 3% เชื่อว่าการตั้งสำรองตามปกติก็เพียงพอ มองระดับ NPL Coverage Ratio ที่ระดับราว 200% เป็นระดับที่พอใจแล้ว
ผลประกอบการ 9 เดือน คิดเป็น 79% ของประมาณการกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย ดังนั้นจึงปรับประมาณการทั้งปี 63 ขึ้นจากเดิม 5.8% ภายใต้สินเชื่อทั้งปีที่คาดว่าจะหดตัวลง 4% จากปีก่อน เท่าประมาณการเดิม ขณะที่ปรับ NIM ขึ้น 9 bps. เป็น 4.55% และปรับลดสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพราะตั้งสำรองที่ค่อนข้างมากไว้ก่อนแล้ว คาดปี 63 มีกำไรที่ 5,932 ลบ. ลดลง 18% จากปีก่อน และมองปี 64 จะมีกำไรที่ฟื้นตัวขึ้นอยู่ที่ 6,575 ลบ. หรือเพิ่มขึ้น 11% จากปีนี้ ตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ
คาดอัตราปันผลตอบแทนสูงถึง 9.1%
ทั้งนี้จากการธปท.ให้ธนาคารจัดทำแผนบริหารจัดการเงินกองทุนในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า รวมถึงการจัดทำ stress test ภายใต้สมมติฐาน GDP ปีนี้ -12% ซึ่งจะรู้ผลปลายเดือนต.ค.นี้ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า TISCO จะผ่านได้ ประกอบกับ TISCO มีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่สุดในระบบธนาคาร โดยมี BIS 22.6% Tier 1 18% เชื่อว่าไม่มีปัญหาเรื่องจ่ายปันผล โดยปกติ TISCO จ่ายปั้นผลปีละครั้ง คาดจ่ายราว 6.25 หรือมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 9.1%
แนะนำ “ทยอยซื้อ” มอง TISCO เด่นสุดในกลุ่มแบงก์
ฝ่ายวิจัยยังชอบ TISCO มากสุดในกลุ่มธนาคาร จากความสามารถในการทำกำไรที่สูงสุดในระบบ ล่าสุด ROE ที่ระดับ 15% บวกกับมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งสุดในระบบที่ 22.6% Ter I ที่ 18% รวมถึงมี Coverage ratio ที่สูงสุดในระบบด้วย นอกจากนี้ยังถือเป็นธนาคารที่มีการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงถึง 9.1% ราคาที่ปรับลงมามากจนมี upside จากราคาเป้าหมายของฝ่ายวิจัยมากถึง 26% ถือเป็นโอกาส ทยอยซื้อ
