ผ่างบ 4 หุ้นใหญ่ “เครือซีพี” บริษัทไหนกำไรเติบโตมากที่สุด
กลุ่มซีพี เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่และดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมถึงที่ผ่านมามีดีลออกมาให้เซอร์ไพรส์ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก โดยย้าย Lotus's ไปอยู่ภายใต้ MAKRO และล่าสุดดีลควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC, CPALL ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวหลังผลงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หรือ CPF ที่กำลังได้รับผลบวกจากราคาหมูในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/64 และปี 2564 รวมถึงความเห็นของนักวิเคราะห์ต่อทั้ง 4 หุ้นมาฝาก มาดูกันว่ากำไรสุทธิของแต่ละหุ้นจะเป็นอย่างไร รวมถึงมีประเด็นอะไรที่น่าติดตามบ้าง
CPALL ราคาหุ้นถูกสุดในรอบหลายปี
มาเริ่มกันที่หุ้นค้าปลีกที่นักลงทุนคุ้นเคยอย่าง CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 และ 9 เดืแนแรกของปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไตรมาส 4/64 นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/64 ของ CPALL จะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 38.4% จากไตรมาส 4/63 จากผลกระทบ Covid-19 ต่อธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ยังสูง และการถือหุ้น MAKRO ลดลงเหลือ 59.7% จาก 93% แต่เทียบกับไตรมาส 3/64 จะเห็นการฟื้นตัวในระดับสูงถึง 47.4% สะท้อนภาพการผ่านจุดต่ำสุด แม้จะถือหุ้น MAKRO ลดลง แต่ชดเชยได้จากการฟื้นตัวทุกธุรกิจในกลุ่ม โดยประเมินภาพรวมกำไรปี 2564 อยู่ที่ 8.1 พันล้านบาท สูงกว่าคาด
ฝ่ายวิเคราะห์ชอบ CPALL เป็นลำดับต้นของกลุ่มค้าปลีก จากภาพการฟื้นตัวกำไรในปี 2565-2566 ที่มีความโดดเด่นเหนือหุ้นอื่น ซึ่งจะช่วยลดค่า PER ปี 2565-2566 เหลือ 33 เท่า และ 26.5 เท่า โดย PER ปี 2565 ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER Band ในช่วงธุรกิจปกติปี 2559-2562 ที่อยู่ราว 34 เท่า ขณะที่ Valuation ระยะยาว อิง PER’66 ต่ำ 26.5 เท่า เป็นระดับถูกสุดในรอบหลาย ปี อีกทั้ง PER ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้สมมติฐานประมาณการระยะกลาง-ยาวที่คาดหวัง Upside ได้อีกหลายส่วน โดยเฉพาะ MAKRO ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีโอกาสขยายตัวไปได้อีกมากในระดับภูมิภาค รวมถึงช่องทางออนไลน์ ภายใต้จุดเด่น Platform อาหารสดที่มีความน่าสนใจ จากโครงสร้างอุตสาหกรรมปัจจุบันที่ยังไม่มีผู้นำ Platform อาหารสดที่ชัดเจน แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 70.20 บาท
CPF ไตรมาส 4/64 มีกำไรพิเศษช่วยหนุน
ถัดมา CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ที่กำลังได้รับผลบวกจากราคาเนื้อหมูในประเทศที่ปรับสูงขึ้น โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดไตรมาส 4/64 บริษัทยังมีผลขาดทุนปกติที่ 2,356 ล้านบาท ลดลงจากที่ขาดทุน 5,085 ล้านบาท ในไตรมาส 3/64 จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ราคาหมูเวียดนามปรับตัวลงและธุรกิจหมูในจีน และสหรัฐฯ ยังขาดทุนแต่มีกำไรพิเศษ 7,000 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิที่ 4,644 ล้านบาท ประเมินภาพรวมกำไรสุทธิปี 2564 จะอยู่ที่ 14,218 ล้านบาท ลดลง 45.36% ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/65 จะฟื้นตัวได้แรงจากราคาหมู - ไก่ในไทย และหมูเวียดนามที่ฟื้นตัว แต่ธุรกิจหมูในจีนราคายังไม่ฟื้นจาก Supply ในจีนที่ยังอยู่ระดับสูง ดังนั้นคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 30 บาท
TRUE คาดดีลควบรวมเกิดครึ่งหลังปี 65 ตามแผน
สำหรับ TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่กำลังถูกจับตามองจากดีลการควบรวมกิจการกับ DTAC นั้น นักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุถึงแนวโน้มไตรมาส 4/64 ว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อทิศทางผลการดำเนินงานของ TRUE โดยคาดขาดทุนปกติ 635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/63 ที่ขาดทุน 114 ล้านบาท จากรายจ่าย D&A ที่เป็นขาขึ้น แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3/64 ที่ขาดทุน 820 ล้านบาท จากการคุม SG&A/sales แม้ภาพรวมขาดทุนปกติปี 2564 จะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1,844 ล้านบาท แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าจุดโฟกัสช่วงสั้นอยู่ที่เรื่องความคืบหน้าดีลควบรวมกิจการกับ DTAC มากกว่า ซึ่งล่าสุดมีรายงาน TRUE ยื่นขอจัดตั้งบริษัทใหม่กับทางกสทช. แล้ว โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ากระบวนการรับคำเสนอซื้อและการ swap หุ้นเพื่อกลายเป็นบริษัทใหม่ (MergeCo.) จะเกิดขึ้นตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมองบวกต่อดีล M&A ครั้งนี้ คาด Synergies ต่อปีไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท จึงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท
MAKRO น่าลงทุนระยะกลาง-ยาว
และสุดท้าย MAKRO หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ที่นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 4/64 จะอยู่ที่ 2,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% จากไตรมาส 3/64 แต่ลดลง 5.9% จากไตรมาส 4/63 แม้ธุรกิจค้าส่งจะได้รับแรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโตได้ราว 3% จากอานิสงส์กิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นกลับมา แต่หักล้างจากธุรกิจค้าปลีก Lotus's ที่รวมงบเข้ามาราว 2 เดือน ยังกระทบจากธุรกิจพื้นที่เช่า รวมถึงต้นทุนธุรกรรมรับโอน Lotus's เข้ามา (EBT) โดยกำไรดังกล่าวยังไม่รวมรายการพิเศษที่อาจเกิดจากธุรกรรม EBT ประเมินภาพรวมกำไรสุทธิปี 2564 จะอยู่ที่ 6,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% แม้ระยะสั้น MAKRO จะขาดปัจจัยหนุน จากที่อยู่ในช่วงรอยต่อการรวมธุรกิจ แต่ผลบวกจะชัดขึ้น เมื่อรวม Lotus's เต็มที่, การเริ่มนำเงิน PO ที่ได้ไปคืนหนี้, การพื้นตัวธุรกิจพื้นที่เช่าและการขยายตัวของสาขาและออนไลน์ของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก คาดช่วยสนับสนุนให้กำไรปี 2565-2566 โตปีละ 32.8% ขณะที่ PER ปี 2565 และ PER ปี 2566 ต่ำเหลือ 30.3 เท่า และ 22.3 เท่า เหมาะลงทุนระยะกลาง-ยาว ราคาเป้าหมาย 52.80 บาท

