เกิดอะไรขึ้นกับ UHERO ETF ที่ราคาพุ่ง 2 ซิลลิ่ง เทรดแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริง 1 เท่า
ธรรมชาติของ ETF มักจะมีความเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่หวือหวา เพราะเป็นการลงทุนในหุ้นแบบอ้างอิงดัชนี เคลื่อนไหวอย่างมากในระดับ 3-5 % ต่อวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมามี ETF 1 หลักทรัพย์ที่พึ่งเข้าเทรด แต่พวกเขาใช้เวลา 3 วันราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10 บาท มาอยู่ที่ 20 บาท หรือ 100 % ทั้งที่ INAV ของกองทุนอยู่ที่ระดับ 10.4618 บาทเท่านั้น หรือ เราจะสามารถพูดได้ว่า ระดับราคาที่เทรดในปัจจุบันไม่ได้เห็นกันบ่อยในการเทรด ETF
กระแสเกมและอีสปอร์ต เป็นที่นิยมทั่วโลก ตลาดเกมมีมูลค่าสูงมากกว่าแสนล้านบาท ทำให้เริ่มมีกระแสความสนใจลงทุนในธุรกิจเกมนั้นมีขึ้นด้วย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีแนวคิดที่ต้องการให้มีสินค้าที่หลากหลาย จึงผลักดันให้เกิด ETF ที่อ้างอิงในหุ้นต่างประเทศขึ้นในตลาดหุ้นไทย
โดยในวันที่ 7 ก.พ.2565 ที่ผ่านมา จึงมีกองทุน กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ฮีโร่ อีทีเอฟ หรือ UHERO เข้ามาเทรด ซึ่งเป็นกองทุน Thematic ETF กองแรกของไทย ในธีมการลงทุนที่เป็นเมกะเทรนด์เกาะกระแสการเติบโตของธุรกิจเกมและอีสปอร์ต จัดตั้งโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยราคาจองซื้อ IPO ที่ 10.00 บาท
UHERO กำลังเทรดเกินมูลค่าที่แท้จริง !!
สิ่งที่น่าสนใจในกองทุน UHERO คือ ความเคลื่อนไหวของราคาที่ล่าสุดขึ้นมายืนเหนือ ระดับ 20 บาทได้เพียง 3 วันทำการเท่านั้น เท่ากับว่าผู้ที่จองซื้อ IPO ETF ตัวนี้ได้ผลตอบแทนไปแล้ว 100 % มูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณ (Indicative Net Asset Value : iNAV) อยู่ที่ 10.418 บาท
ซึ่งในความหมายของ iNAV คือมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดของกองทุนรวม รวมถึงผลประโยชน์ต่างๆ ที่กองทุนรวมได้รับจากการลงทุน หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมนั้นโดย iNAV จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบ Real-Time ตลอดวัน อัปเดททุก 15 วินาที หรือ 30 วินาที ซึ่งผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ก็จะพยายามทำให้ราคาซื้อขาย ETF ใกล้เคียงกับ iNAV เกือบตลอดเวลาซึ่งหากนักลงทุนซื้อขาย ETF สูงกว่า iNAV แสดงว่า ราคา ETF แพงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินที่กองทุนถืออยู่ (อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.setinvestnow.com/th/etf/inav-vs-etf-trading-price)
อนาคตมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น
ในทางกลับกันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเห็นโอกาส และจะผลักดันให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดย ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบของ ETF , DW และ DR ซึ่งง่ายกว่า และใช้เงินไม่เยอะ น่าจะตอบโจทย์การลงทุนในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
