DRT คาดตลาดวัสดุก่อสร้างเริ่มฟื้นตัว ตั้งเป้าหมายรายได้โต 5% มุ่งรักษากำไรขั้นต้นให้สูงต่อเนื่อง
แม้ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ Covid-19 จะกดดันเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศ แต่ DRT หรือ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) ยังสร้างการเติบโตได้น่าประทับใจ ซึ่งปี 2565 บริษัทจะมุ่งขยายทุกช่องทางการขาย รับตลาดวัสดุก่อสร้างฟื้นตัว พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริการจัดการต้นทุน ผลัดดันรายได้เติบโตจตามเป้า 5%
โดยนายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 5% หรือแตะ 5,000 ล้านบาท สอดคล้องกับทิศทางฟื้นตัวของตลาดวัสดุก่อสร้าง แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทเตรียมความพร้อมบริหารจัดการในทุกด้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่า 80-90% เพื่อให้เกิด Economy of Scale หรือต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำ พร้อมรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 27-29%
“ประเมินตลาดวัสดุก่อสร้างปีนี้จะเติบโตดี จากปัจจัยหนุนต่างๆ ทั้งการเปิดประเทศและกระตุ้นการท่องเที่ยว การผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราวของธนาคารแห่งประเทศไทย การลงทุนโครงการพื้นฐาน และการขยายสาขาของร้านค้าปลีก รวมถึงการเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีปัจจัยกดดันจาก Covid-19 และต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่งที่สูงขึ้น แต่บริษัทจะเน้นบริหารจัดการด้าน Product Mix เพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นดี ควบคู่กับรักษาอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80-90% เพื่อรับมือความเสี่ยงจากปัจจัยต้นทุน ช่วยผลักดันการเติบโตปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้”
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงาน บริษัทจะใช้เทคโนโลยีไอทีเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งการขายและการตลาด การบริหารจัดการต้นทุนและวางแผนการผลิต เช่น ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายแต่ละพื้นที่ เพื่อวางแผนเพิ่มร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างรายย่อยในพื้นที่ที่มีศักยภาพเติบโต หรือการใช้ Robotic, ระบบ Automation และ IoT ยกระดับโรงงานสู่ Smart Factory เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการผลิตและลดต้นทุน ควบคู่การบริหารจัดการด้านทรัพยากรและพลังงานหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า ภายใต้แนวคิด Circular Economy
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายร้านกาแฟสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ ไดมอนด์ คาเฟ่ ไปยังกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการทำธุรกิจร้านกาแฟด้วยงบประมาณไม่บานปลายและขยายไปสู่การตกแต่งเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือออฟฟิศจากทีมช่างมืออาชีพ
ขณะที่งบลงทุนในปี 2565 บริษัทวางไว้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในการพัฒนานวัตกรรมด้านบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ส่วนแผนเพิ่มกำลังผลิต อยู่ระหว่างประเมินทิศทางความต้องการสินค้าในกลุ่มหลังคาและผนัง คาดว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น
ในส่วนผลประกอบการปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 4,825.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.44% และมีกำไรสุทธิ 585.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.03% จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เป็นผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของทั้งปีเพิ่มขึ้น 9.68% จาก 0.62 บาทต่อหุ้นเป็น 0.68 บาทต่อหุ้น ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังของปี 2564 ในอัตรา 0.24 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 9 มี.ค. 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 พ.ค. นี้
