Official Update :

วิเคราะห์เหตุผลเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย โอกาสหรือความเสี่ยงของการลงทุน

เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้อย่างต่อเนื่อง หากย้อนดูตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 22 ก.พ.65 มียอดสะสมของการซื้อสุทธิแล้วกว่า 71,923 ล้านบาท และหากดูประเทศที่อยู่ในกลุ่ม TIPด้วยกันแล้วอย่างอินโดนีเซีย ก็มีแรงซื้อจากกระแสเงินทุนต่างชาติกว่า 1,440 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับทางฟิลิปปินส์ ที่มียอดซื้อสุทธิ จำนวน 66 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นจึงสะท้อนเห็นว่ากระแสเงินทุนต่างชาติยังไงเข้าตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ได้อยู่


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติยังมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เงื่อนไขใหม่ที่เข้ามา ความวุ่นวายและความไม่สงบของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายในยุโรป จึงทำให้จะมีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากยุโรปไหลเข้ามาตลาดหุ้นไทยเพิ่มเติม


ขณะเดียวกันประเทศไทยนั้นในด้านสถิติแล้วไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามที่เกิดขึ้นของรัสเซียมากนัก ซึ่งดูจากเหตุการณ์ไครเมีย ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือรัสเซีย กลุ่มประเทศในยุโรป และตลาดหุ้นสหรัฐ


นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากการรายงาน GDP ประเทศไทยไตรมาส 4/64 ที่ฟื้นตัวออกมาได้ดีกว่าคาด ประกอบกับแนวโน้ม GDPในปี 65 จะสามารถเติบโตได้ดี จากมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ เช่นมาตรการด้าน EV Car ซึ่งจะเป็นที่เริ่มเข้ามาช่วยตั้งแต่ในไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป


อีกทั้งตลาดหุ้นไทยมีกลุ่มหุ้นประเภท Value Play อยู่ในตลาดมาก และมีน้ำหนักต่อดัชนี เช่นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มพลังงาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่นักลงทุนต่างชาติกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นกล่มดังกล่าวอยู่เยอะพอสมควร


ทั้งนี้มองว่าในปีนี้มีโอกาสที่กระแสเม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยประมาณ 1-1.1 แสนล้านบาท ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (22 ก.พ.65) มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามาแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงทำให้ยังมีช่องว่างโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้อีกว่า 3- 4 หมื่นล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้


ภายใต้มุมมองว่ากระแสเงินที่เข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา 7 หมื่นล้านบาทนั้น มีจำนวนเท่ากับเงินที่ไหลเข้าในกลุ่ม TIP ที่ 7 หมื่นล้านบาท ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คาดว่ามีโอกาสที่เม็ดเงินจะยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน


สำหรับความเสี่ยงที่อาจจะกระทบเม็ดเงินลงทุนต่างชาติคือหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นจากนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าจะทยอยปรับขึ้นครั้วละ 0.25% และเป็นจำนวน 7 ครั้งในปีนี้ ซึ่งตลาดได้ตอบรับประเด็นดังกล่าวไปแล้ว


ส่วนกลุ่มหุ้นที่ยังคงเป็นที่รองรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ คือกลุ่ม Value Play ที่เป็นธีมการลงทุนของเม็ดเงินต่างชาติ เช่นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ KBANK,BBL และหุ้นค้าปลีก CPALL,MAKRO กลุ่มสื่อสาร TRUE,DTAC มีประเด็นบวกในด้านของการควบรวมธุรกิจ กลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว อย่าง OSP,BDMS



ครึ่งปีหลังอาจเห็นเงินไหลออก

ขณะที่ นายประกิต สิริวัฒนเกตุ. กรรมการผู้จัดการ. บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด มีมุมมองว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เม็ดเงินต่างชาติจะไหลออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะมีนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจน รวมถึงจะมีปัญหาการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะเข้ามารบกวนตลาดหุ้นไทยในช่วงกลางปี


ทั้งนี้ถ้าหากมีการยุบสภาเร็วก็จะมีความเสี่ยงในด้านของเกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งจะทำให้มีความวุ่นวายทางการเมือง อย่างไรก็ตามจะต้องรอดูว่าจะมีการยุบสภาเมื่อใด ซึ่งหากยุบสภาหลังจากที่กฎหมายลูกผ่านแล้วก็จะไม่มีปัญหา และหากยุบสภาก่อนที่จะมีการปรับแก้ไข พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งกับพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งในครั้งหน้าเกิดปัญหาขึ้น



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่