ส่องแนวโน้ม BEC – ONEE - WORK ปี 65 หุ้นสื่อทีวีจะกลับมาเฉิดฉาย

แม้มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาในช่วง 2 เดือนแรกของปี (เดือนม.. - .. 2565) จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สื่อทีวียังครองสัดส่วนการใช้เม็ดเงินสูงสุดที่ 55% (ข้อมูลจากนีลเส็น) ซึ่งนักวิเคราะห์ยังมีมุมมองเป็นบวกว่าปี 2565 เม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปี 2564 รวมถึงสื่อทีวีแต่ละค่ายก็มีกลยุทธ์การปรับตัวเพื่อขยายฐานกำไรและสร้างการเติบโต ซึ่ง Wealthy Thai จะพาไปส่องแนวโน้มการดำเนินงานของหุ้นสื่อทีวี 3 ตัว ได้แก่ BEC, ONEE และ WORK ว่าแต่บริษัทจะมีกลยุทธ์สร้างการเติบโตที่น่าสนใจแค่ไหน และนักวิเคราะห์มองคาดการณ์กำไรไว้อย่างไรบ้าง



BEC ขยายธุรกิจเพิ่มโอกาสทำกำไร

เริ่มที่ BEC หรือ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดแนวโน้มไตรมาส 1/65 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 1/64 แต่ชะลอตัวจากไตรมาส 4/64 จากฐานที่สูง อีกทั้งเป็นช่วง Low Season ของกลุ่มสื่อโทรทัศน์อย่างไรก็ตามทาง BEC ได้มีการขยายธุรกิจใหม่มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการทำรายได้ให้กับบริษัท โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา ธุรกิจเพลงได้ออกผลงานเพลงแรกของ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ และธุรกิจหนัง มีการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรก “บัวผัน ฟันยับ” ที่แสดงนำโดย แอน ทองประสม และ กลัฟ คณาวุฒิ


ส่วนภาพรวมปี 2565 คาดผลประกอบการยังเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง หลังผู้ประกอบการกลับมาใช้งบโฆษณามากขึ้น อีกทั้งคาดว่ารายได้จากการขายลิขสิทธิ์ (Global Content Licensing) ไปยังตลาดต่างประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการรุกธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจเพลง และธุรกิจภาพยนตร์ โดยคาดว่าจะมีการพัฒนาและช่วยต่อยอดรายได้ของบริษัท ประเมินรายได้ปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้น 24% เป็น 7,033 ล้านบาท ส่วนกำไรคาดอยู่ที่ 1,039 ล้านบาท เติบโต 36% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทที่จะกลับมาเติบโตต่อเนื่องในปี 2565 ซึ่งเป็นผลจากทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร และการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อ รวมถึงการรุกธุรกิจใหม่ๆ ที่มูลค่าพื้นฐานปี 2565 ที่ 18.50 บาท



ONEE
ปี 65 เติบโตโดดเด่น

ถัดมา ONEE หรือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า คาดผลประกอบการในไตรมาส 1/65 อาจลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/64 ตามเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมของอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ช่อง Low Season ประกอบกับผลกระทบจากจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นตามราคาพลังงาน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้เจ้าของแบรนด์และเอเจนซี่อาจมีการพิจารณาเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางโฆษณาลง ทำให้ ONEE ต้องปรับตัว โดยการนำละคร 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องรักแลกภพและวันทอง มารีรันเพื่อบริหารต้นทุน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


ส่วนภาพรวมปี 2565 ของ ONEE ยังสอดคล้องกับมุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ที่คาดจะเห็นการเติบโตจากปัจจัยบวกทั้งในแง่ของเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมทั้งปีที่จะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปี 2564 รวมถึงการเติบโตของรายได้ Online จาก OTT Platform ใหม่ 2 ราย ที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 2/65 โดยคาดว่าปีนี้ผลการดำเนินงานจะเติบโตได้กว่า 28% อยู่ที่ 1,057 ล้านบาท แนะนำ ซื้อ ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 14 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 25%



WORK รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด

และสุดท้าย WORK บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ฝ่ายวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง ระบุว่า คาดกำไรหลักในไตรมาส 1/65 จะอยู่ที่ 120 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาส 1/64 และพลิกเป็นกำไรไตรมาส 4/64  โดยช่วงก่อน Covid-19 เรตติ้งของ WORK เป็นอันดับสี่ในบรรดาผู้ประกอบการที่วีดิจิตอลในดือนมิ.ย. 2564 เรตติ้งตกลงมาอยู่อันดับเจ็ดที่เพียง 0.54 อย่างไรก็ตาม เรตติ้งค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.62 ในเดือนม.ค. (อันดับ 5) เทียบกับ 0.63 ของ ONEE (อันดับ 4) ทั้งนี้ WORK มีการปรับผังรายการในเดือนก.พ. 2565 ซึ่งจะหนุนให้เรตติ้งปรับตัวสูงขึ้นได้ โดยเปลี่ยนคอนเทนต์ปัจจุบันบางรายการเป็นโชว์ใหม่เข้ามาแทน ทำให้ต้นทุนรวมจะปรับตัวลดลง 20-30 ล้านบาทในปี 2565 เนื่องจากการตัดจำหน่ายที่ลดลง (บางคอนเทนต์ถูกตัดจำหน่ายไปในปี 2564) โดยคอนเทนต์ใหม่ๆ จะสร้างเรตติ้งที่สูงขึ้นและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนลดลง ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้จะขยายตัว สำหรับผู้ประกอบการที่วีรายอื่น นักลงทุนอาจกังวลในเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากจะออกอากาศคอนเทนต์ใหม่ที่มีต้นทุนสูงมาแทนคอนเทนต์แบบรีรัน (ไม่มีต้นทุน)


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าปีนี้ WORK จะไม่มีรายการตัดจำหน่ายคอนเทนต์มูลค่า 40 ล้านบาทอีก (มีรายการนี้ในปี 2564) และคาดว่าค่าตัดจำหน่ายจะลดลง 20-30 ล้านบาท ซึ่งเพียงแค่ 2 รายการนี้จะส่งผลให้กำไรหลักปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้น 60-70 ล้านบาท โดยประมาณการกำไรหลักปี 2565 จะอยู่ที่ 430 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 333 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งบริษัทต้องสร้างกำไรเพิ่มขึ้นเพียง 30-40 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ โดยแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 27 บาท



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us