STA เพิ่มการผลิตยางแท่ง 2 โรงงาน หวังดันมาร์เก็ตแชร์ตลาดโลกแตะ 12 %
นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และกรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งภายในโรงงานเดิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสกลนครอีก 1.4 แสนตันต่อปี (โรงงานละ 70,000 ตันต่อปี) ล่าสุดได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้ง 2 โรงงาน ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวม (ยางทุกประเภท) เพิ่มขึ้นเป็น 2.96 ล้านตันต่อปี โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตยางแท่งใน 14 โรงงานเดิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
การเพิ่มกำลังผลิตยางแท่งภายในโรงงานทั้ง 2 แห่งดังกล่าว มีจุดเด่นด้านการนำเทคโนโลยีระบบออโตเมชั่นเข้ามาประยุกต์ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต ครอบคลุมตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การอบยาง การคัดแยกเกรดของยาง ระบบเซ็นเซอร์ตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุยาง ตามนโยบายบริษัทฯ ที่ต้องการยกระดับโรงงานให้มีเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น ช่วยลดการเพิ่มแรงงานใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลดีต่อปริมาณการผลิตยางต่อคนต่อปีที่เพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีความสามารถการผลิตยาง 23 ตันต่อคนต่อปี ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 35 ตันต่อคนต่อปี
ปัจจัยที่บริษัทฯ เดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่ง เนื่องจากเห็นโอกาสเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งอุตสาหกรรมยางในประเทศไทยและตลาดโลก ซึ่งเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว ประกอบกับราคาเฉลี่ยยางแท่ง TSR20 ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของประเทศสิงคโปร์ล่าสุด ยังอยู่ในระดับที่ดีราว 175 เซนต์ต่อกิโลกรัม สะท้อนถึงดีมานด์ในอุตสาหกรรมยางที่ยังแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อคือการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ จากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงสู่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการซื้อรถใหม่และความต้องการใช้ยางเพื่อผลิตยางล้อเพิ่มขึ้น
“เราเดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 2 – 4 ของปี 2565 จะทยอยขยายกำลังการผลิตภายในโรงงานเดิมแล้วเสร็จอีก 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานบึงกาฬ, ตรัง, กาฬสินธุ์และสระแก้ว จะมีกำลังการผลิตยางแท่งเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4.9 แสนตันต่อปีจากทั้ง 4 โรงงาน ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2565 จะมีกำลังการผลิตรวม (ยางทุกประเภท) เพิ่มขึ้นเป็น 3.45 ล้านตันต่อปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มส่วนแบ่งอุตสาหกรรมยางในตลาดโลกเป็น 12% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 10%” นายวีรสิทธิ์ กล่าว
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีมุมมองที่ดีกับธุรกิจยางธรรมชาติยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ในปี 2565โดยคาดว่าจะมีการเติบโตทั้งในด้านปริมาณขายและราคาเฉลี่ย ตามอุปสงค์ล้อยางในตลาดโลกที่สูงขึ้น และการย้ายฐานการผลิตจากอินโดนีเซียมาประเทศไทยของผู้ผลิตล้อยาง ส่วนธุรกิจถุงมือยางแม้ผลประกอบการจะลดลงจากปีก่อน แต่จะปรับเข้าสู่ฐานปกติในไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 และคาดว่าราคาเฉลี่ยของถุงมือยางจะไม่ปรับลงอย่างมีนัยยะในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ปริมาณขายจะสูงขึ้นต่อตามความต้องการที่ยังสูงแม้ Covid-19 ผ่อนคลาย
อย่างไรก็ตาม STA น่าจะมีกำไรในปีนี้ที่ 9,152 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 46 % และยังคงแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 42.50 บาท และคาดว่า จะจ่ายเงินปันผล 2.38 บาท หรือ 7.4 %
