คัด 3 หุ้นราคาต่ำสิบต้องรีบซื้อ เมื่อสถานการณ์โลกยังป่วนไม่เลิก
ในช่วงที่สภาวะตลาดผันผวนต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัยทั้ง ความขัดแย้งจากรัสเซีย และยูเครน ส่วนจีนล็อกดาวน์เซียงไฮ้ศูนย์กลางการเงิน 9 วัน (เริ่ม 28 มี.ค.) รวมทั้งสหรัฐเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก UN คว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติม ประกอบกับกลุ่มกบฎฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีคลังน้ำมันซาอุดี อารามโคทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อกดดันไปทั่วโลก ทำให้นักลงทุนต่างมองหาจังหวะและโอกาสที่จะเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี โดยในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวม 3 หุ้นซื้อหุ้นต่ำสิบ มีแนวโน้มที่ดีมาฝากนักลงทุนแล้ว
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ( ประเทศไทย ) จำกัด ที่ออกมาประเมินการลงทุน และหุ้นที่แนะนำลงทุนไว้อย่างน่าสนใจ โดยมรประเด็นหลักๆ อย่างการแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นต่ำสิบ แนวโน้มดี ซึ่งแนะนำ SC, WHA, WPH
SC ผู้นำบ้านแนวราบ
ทั้งนี้ระบุว่า SC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.44 บาท โดยปี 65 บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่, ยอดขาย และรับรู้รายได้เพิ่ม ซึ่ง SC เป็นผู้นำบ้านแนวราบ โดยในปี 65 มีแผนเปิดขาย 27โครงการ มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท หลังซื้อที่ดินไว้จำนวนมากในปี 64 (จาก 8โครงการที่มูลค่าขาย 9.7 พันล้านบาทในปี 64)
โดยคาดรายได้ทำ New high ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ในปี 65 ส่วนกำไรสุทธิโตแกร่ง 21%จากปีก่อน เพราะมีโอนคอนโดมิเนียมจำนวน 3โครงการ ขณะที่ Upside risk คือ ธุรกิจใหม่ ที่เป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ YAHN ที่จะเปิดตัวปลายปี 65 และการลงทุนซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่สหรัฐฯเพื่อทำเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า
EEC เป็นโอกาสขยายธุรกิจของ WHA
WHA แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.15 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 แข็งแกร่ง จากมีบันทึกกำไรจากการขาย Data center 2 แห่ง มูลค่ารวม 300 ล้านบาท ส่วนปี 65 ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 1.25 พันไร่ (ยอดขายที่ดินในไทยที่เป็นพื้นที่ในนิคมฯ 850 ไร่ นอกนิคมฯ 100 ไร่ และเวียดนาม 300 ไร่), โครงการคลังสินค้า & โรงงานให้เช่าใหม่ 1.85 แสนตรม., พื้นที่ให้เช่าสัญญาระยะสั้น 1 แสนตรม., ขยายรายได้จากธุรกิจน้าและไฟฟ้า รวมถึงขายสินทรัพย์เข้ากองWHART & HREIT ราว 1-1.3 พันล้านบาท
นอกจากนี้ยังมองว่าการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นโอกาสขยายธุรกิจของ WHA ทั้งยอดขายที่ดิน, รายได้สาธารณูปโภค และธุรกิจดิจิตอล โดยประมาณการกำไรปกติ (Core profit profit) ในปี 2565 คาดว่าจะเห็นการเติบโตระดับ 14% จากปีก่อน
WPH ลุ้นอัตราปันผล 3%/ปี
WPH ปัจจุบันมีโรงพยาบาลใหม่ในเครือ 2 แห่งที่จังหวัดตรัง (120 เตียง), อ่าวนาง จ.กระบี่ (59 เตียง) และคาดจะเปิดที่สมุย (53 เตียง) ในไตรมาส 1/66 บริษัทไม่มีคนไข้ประกันสังคม และมีฮอสพิเทลให้บริการกว่า 1 พันห้อง
ส่วนกำไรสุทธิปี 64 อยู่ที่ 232 ล้านบาท ดีขึ้นมากจากขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาทในปี 63 จากรายได้โควิดเพิ่มมากขึ้น, คนไข้ทั่วไปมากขึ้น, GPM สูงขึ้นเป็น 35% จาก 15% ในปี 63 เพราะโรงพยาบาลใหม่ที่อ่าวนางทำกำไรได้
ขณะที่ปี 65-66 เติบโตต่อเนื่อง คาดรายได้ขยายตัว 10% และ 24% ตามลำดับ หนึ่งใน Key growth คือ โรงพยาบาลใหม่ทำกำไรได้, การเปิดประเทศ & เปิดโรงพยาบาลใหม่ นอกจากนี้ยังมี Valuation จูงใจแนะนำ ซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 4.40 บาท อิง P/E ปีนี้ที่ 15 เท่า ณ ราคาปัจจุบันมี P/E ปีนี้เพียง 10 เท่า (เฉลี่ยของโรงพยาบาลใหม่ขนาดกลาง-เล็กอยู่ที่ 22 เท่า) คาดอัตราเงินปันผลตอบแทน หรือ Dividend Yield ราว 3% ต่อปี

