Official Update :

AU กำลังสร้างการเติบโตอีกครั้ง ผ่านปั๊มน้ำมัน - ทะเล – ต่างประเทศ

กลุ่มธุรกิจอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งการแพร่ระบาด ทำให้ต้องเกิดมาตรการ Lockdown หลายครั้งหลายหน ถูกห้ามทานในร้าน รวมถึงการคุมจำนวนผู้ที่นั่งในร้านเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างลูกค้า


ผู้ที่ผ่านมาได้ต้องบอกว่ามีความแข็งแกร่ง ทั้งในด้านการเงินและการปรับตัว กับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้  บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน)หรือ  AU คือ หนึ่งในผู้อยู่รอดด้วยความแข็งแกร่ง พวกเขาฟันฝ่าวิกฤติ และทำให้บริษัทยังมีกำไรอยู่ได้แม้สถานการณ์ที่เลวร้าย โดย AU กำลังเรียนรู้ และปรับตัวจากบทเรียนที่ผ่านมา และสร้างการเติบโตด้วยกลยุทธ์ใหม่ๆมากยิ่งขึ้น



AU กับบทเรียนของความยากลำบาก

AU หนึ่งในธุรกิจอาหารที่เป็นดาวรุ่งในตลาดหลักทรัพย์ ต้องเผชิญกับความยากลำบากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทยังรักษาความสามารถทำการทำกำไรไว้ได้ โดยในปี 2564  AU มีกำไร 4 ล้านบาท ซึ่งคุณ แม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ AU ได้พูดถึงปี 2564 ที่ผ่านมาไว้ในงาน opp day อย่างน่าสนใจ


“ 2 ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่หนักสำหรับธุรกิจอาหาร และกับอาฟเตอร์ยูด้วย เราเผชิญกับหลายอย่าง ทั้งมาตรการของรัฐ การปิดร้านหลายครั้ง เป็นปีที่เราต้องเรียนรู้และทำทุกวิถีทาง  ทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การตั้งจุดขายใหม่ๆ เราได้เรียนรู้มา 2 ปี และพร้อมที่จะนำบทเรียนเหล่านั้นเพื่อมาสร้างการเติบโต


ในปีที่ผ่านมา เราได้มีการปรับตัว แม้จะมีการปิดร้านไม่ให้นั่งในร้าน เราได้เพิ่มสัดส่วน สินค้า  Take home ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ข้อเสีย คือ มีอัตรากำไรที่ต่ำกว่า ในขณะเดียวกัน AU ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างดี ทั้งค่าเช่า ค่าใช้จ่ายพนักงาน และ ค่าภาษีโรงเรือน


แผนธุรกิจในปี 2565 บริษัทยังเดินหน้าที่จะสร้างการเติบโต โดยจะมีการเปิดสาขาในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น  ทั้งสาขาขนาดเล็ก ในรูปแบบ มาร์เก็ตเพลส ให้บริการ 3-4 โต๊ะ ในย่านใกล้สถานีรถไฟฟ้า ที่พักอาศัย เพื่อให้บริการในลักษณะ take home ได้ เกือบเท่าสาขาใหญ่ แต่ลงทุนน้อยกว่ามาก คืนทุนสั้นกว่าปกติ บริหารจัดการง่ายย้ายง่าย โดยคาดว่าจะเปิด 15 -20 สาขาในปีนี้


นอกจากนี้จะเดินหน้าเปิดสาขาของ Afteryou ในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งเราเลือกในสถานีบริการที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ และเราอยู่ระหว่างการติดตามว่าการปรับตัวเช่นนี้ จะมีผลตอบรับอย่างไรในอนาคต



Afteryou on the beach

อีกกลยุทธ์หนึ่ง คือ การเปิดสาขาในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังซื้อที่ดี โดยที่ผ่านมาเปิดสาขาในขอนแก่น พิษณุโลก ก็ได้ผลตอบรับที่ดีเช่นกัน  รวมถึงเราต้องการเพิ่มรูปแบบใหม่ๆของร้าน Afteryou และสร้างสีสันทางการตลาดให้กับแบรนด์


เฉพาะในด้านของสาขาที่อยู่ริมทะเล หรือ Afteryou on the beachซึ่งจะช่วยสร้างสีสันใหม่ๆให้กับลูกค้า และ AU ด้วย โดยเราจะมีการออกเมนูใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งตอนนี้เราได้เปิดสาขาใน พัทยา และหัวหินไปแล้ว และคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นเคย รวมถึงบริษัทยังอยู่ระหว่างการซุ่มจะออกแบรนด์สินค้าใหม่เร็วๆนี้ โดยให้ความโฟกัสไปยังสินค้าประเภทผลไม้



ปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ในต่างประเทศ

สำหรับการขยายสาขาในต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดสาขาที่ฮ่องกงในลักษณะแฟรนไชส์ แม้จะเจอปัญหาการแพร่ระบาด covid-19 อย่างรุนแรง มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดของภาครัฐ ทั้งการจำกัดให้นั่งได้โต๊ะละ 2 คน ปิดร้าน 1 ทุ่ม


ผลที่เกิดขึ้นทำให้ยอดขายอาจจะลดลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า แต่เรามีการเรียนรู้และปรับตัวร่วมกับแฟรนไชส์ มีการปรับปรุงในด้านของการให้บริการ และเพิ่มสินค้า take home มากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ถ้าไม่มีอะไรรุนแรง คาดว่าจะมีการเปิดสาขาที่ 2 เพิ่มในฮ่องกงช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ 


นอกจากฮ่องกง ทาง AU ยังมองเห็นความเป็นไปได้ในการเปิดสาขาในประเทศอื่นๆ โดยมีการพูดคุยกับผู้ที่สนใจในประเทศจีน กัมพูชา สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะให้ข้อมูลอีกครั้ง



MIKA ดาวรุ่งดวงใหม่

สำหรับ MIKA หนึ่งในแบรนด์สินค้าของ AU ปัจจุบันเปิดอยู่ 97 สาขา มีการชะลอตัวไปบ้างในช่วงที่ covid-19 ระบาดหนัก ซึ่งเรากำลังพยายามจะขยายสาขาในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยในปีนี้ คาดว่าจะมีสาขาอยู่ที่ 200 สาขา และจะมี 500 สาขาภายในปี 2567   ศักยภาพของแบรนด์ MIKA มีมาก


กาแฟไม่ใช่เรื่องใหม่ มีที่ให้เติบโตเสมอ ซึ่งเรามองว่าเรามีจุดขายของเรา มีแบรนด์ดิ้ง สินค้าแตกต่าง และมีการเพิ่มสาขาที่รวดเร็ว พร้อมที่จะเติบโต ซึ่งเรามีการทำโปรโมชั่น และมีการนำสินค้าของ AU ออกไปขายอีกช่องทางหนึ่ง


ในอนาคต สิ่งที่จะทำคือ การพยายามหาสินค้าใหม่ๆเพื่อนำเสนอผู้บริโภค และ หาช่องทางใหม่ในการเติบโต โดยเฉพาะในต่างประเทศ


บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองที่ดีกับ AU โดยเขาเผยว่า เรามีมุมมอง slightly positive ต่อข้อมูลใน Oppday เนื่องจากตัวเลขยอดขายสาขาเดิมในเดือน มี.ค. ออกมาดีกว่าคาด แม้มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตลอดทั้งเดือน ทำให้ภาพรวมการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ในไตรมาสที่อยู่ที่ราว 8% เรามองแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1 ฟื้นตัวต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มปีนี้ คาดจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส ในขณะที่ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่เร่งขึ้นตามเงินเฟ้อปัจจุบันยังควบคุมได้จากการปรับราคาขึ้นในช่วงต้นเดือน มี.ค. มองประมาณการกำไรสุทธิปี 2022F ที่ 123 ลบ. เป็นไปได้ หากไม่มีการ lockdown หรือการจำกัดที่นั่ง


คงคำแนะนำ Trading Buy ราคาที่เหมาะสม11.5 บาท/หุ้น ตอบรับการฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 รวมถึง potential upside จากการเปิดตัวแบรนด์สินค้าใหม่ในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้



ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com