TISCO โชว์กำไรไตรมาส 1/65 ระดับ 1,795 ล้านบาท โต 1.8% เหตุสำรองลด-คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น
ประกาศงบออกมาเป็นธนาคารแรกอีกเช่นเคย สำหรับ TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 1,795 ล้านบาท เติบโต 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลง เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงสินเชื่อที่กลับมาเติบโต ด้านราคาหุ้นเปิดตลาดภาคบ่ายปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 100 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.25%
โดยนายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1/65 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท เติบโต 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการปรับลดค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ด้วยระดับ NPL ที่ลดลงกว่า 571 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2.15% ต่อสินเชื่อรวม จาก 2.44% เมื่อสิ้นปี 2564 โดยบริษัทสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างตรงจุด ด้านธุรกิจสินเชื่อกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 2 ปี จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หนุนให้เกิดความเชื่อมั่นในการขยายสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ลูกค้ารายย่อยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กลุ่มทิสโก้ยังคงนโยบายการทำธุรกิจอย่างรอบคอบรัดกุม (Prudent) โดยรักษาระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 262% และระดับเงินกองทุน BIS Ratio ที่ 24%
ส่วนผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 กำไรสุทธิอยู่ในระดับเดียวกันกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานลดลง 8.7% สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ในไตรมาส 4/64 ประกอบกับการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ 1.5% และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนตัวลง 1.3% ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานจากธุรกิจจัดการกองทุนขยายตัว 15.1% จากธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 13.0% จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
