ผ่างบ 4 หุ้นกลุ่มซีพี ไตรมาส 1/65 กำไรจะเติบโตดีหรือไม่?

เข้าสู่เทศกาลประกาศงบอีกเช่นเคย ซึ่งกลุ่มธนาคารที่ประกาศงบไตรมาส 1/65 ออกมาเป็นกลุ่มแรกดูเหมือนจะมีทิศทางที่ดีจากแนวโน้มการตั้งสำรองที่ลดลง ส่วนภาพรวมกำไรของหุ้นกลุ่มอื่นๆ ยังคงต้องติดตามต่อว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนวันนี้ Wealthy Thai มีคาดการณ์กำไรของหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งมักจะสร้างความฮือฮาให้ตลาดอยู่เสมอ นั้นก็คือ หุ้นกลุ่มซีพี ได้แก่ CPALL, CPF, TRUE และ MAKRO มาดูกันว่าทิศทางกำไรไตรมาส 1/65 ของหุ้นแต่ละตัวจะเป็นอย่างไร จะเติบโตดีหรือไม่ และมีปัจจัยอะไรที่น่าติดตามบ้าง



CPALL ยอดขายสาขาเดิมฟื้นหนุนกำไรโต

เริ่มกันที่ CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อชื่อดัง 7-Eleven โดยนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 จะอยู่ที่ 3.42 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 49% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะไม่มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในเครือสุทธิ 3.9 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี หากดูกำไรปกติในไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 3.42 พันล้านบาท จะโตดีได้ทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ตามอานิสงส์ฐานต่ำและกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ช่วยหนุนให้ทิศทางยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนได้ทุก format โดยเด่นสุด คือ SSSG ร้านสะดวกซื้อ (คิดเป็น 40% ของยอดขาย) ที่ 10% จาก 1.3% ในไตรมาส 4/64 ตามด้วย Lotus’s (คิดเป็น 30% ของยอดขาย) ที่ 1% จากไตรมาส 4/64 ที่ติดลบ 6.3% และ MAKRO ที่ 2.5% จากไตรมาส 4/64 ที่ 4.1% ในขณะที่ด้านอัตราทำกำไรคาดดีขึ้นเช่นกัน คาด EBITDA margin โดยรวมที่ 6.4% จาก 5.0% ในไตรมาส 1/64 และ 5.7% ในไตรมาส 4/64 ตามการประหยัดต่อขนาดของธุรกิจร้านสะดวกและการรับรู้รายได้พื้นที่เช่าของ Lotus’s เต็มไตรมาส


ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/65 คาดจะเติบโตเร่งขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven ที่ดีต่อเนื่องและ Lotus’s ที่เร่งตัวขึ้น ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 72 บาท เพราะชอบ CPALL จากการฟื้นตัวของกำไรหลักในปี 2565 และ 2566 ที่จะก้าวกระโดดเท่าตัวที่ 106% และ 30% ตามลำดับ เด่นสุดเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มค้าปลีกรองจาก CRC อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 14% จากช่วงต้นปี จนซื้อขาย PER ปี 2565 ที่ 36 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยอดีต แต่เราเชื่อว่ายังไม่ตอบรับฟื้นตัวโดดเด่นใน 2 ปีข้างหน้า และแนวโน้มกำไรระยะสั้นที่ดีต่อ จึงคาดว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก



CPF ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง กดดันกำไร

สำหรับ CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า คาดวันที่ 12 พ.ค. 2565 CPF จะรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/65 ที่ 505 ล้านบาท ลดลง 93% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 และลดลง 92% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 จากปัจจัย คือ 1. คาดกำไรจากการขายหุ้น CPALL จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท, 2. คาดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ราว 200 ล้านบาท และ 3. คาดไม่มีบันทึกเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพ จึงคาดว่าไตรมาส 1/65 ของ CPF จะขาดทุนปกติ 1,695 ล้านบาท เพราะต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม 30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 มีเพียงราคาหมูและไก่ในไทยที่เพิ่มขึ้นชดเชยต้นทุนได้ ขณะที่ราคาหมู เวียดนามและกัมพูชาลดลง ส่วนราคาหมูลาวและฟิลิปปินส์ รวมถึงราคาไก่อินเดียเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอจะชดเชยต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น


นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL และ MAKRO เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดจากไตรมาสก่อนหน้า ด้านส่วนแบ่งจาก CTI ที่ทำธุรกิจอาหารสัตว์และเนื้อสุกรในจีน คาดจะขาดทุนเพิ่มทั้งจากไตรมาส 1/64 และไตรมาส 4/64 เพราะราคาหมูจีนปรับตัวลดลง 58% และ 17% ตามลำดับ ขณะเดียวกันส่วนแบ่งจาก Hylife ธุรกิจเนื้อหมูในแคนาดา คาดจะขาดทุนเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาส 1/64 และไตรมาส 4/64 เช่นเดียวกัน เพราะต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกไปจีนน้อยลง


สำหรับคำแนะนำ บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 26 บาท เพราะคาดว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ยังไม่ค่อยดี จากแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์และราคาหมูในจีนเวียดนามยังไม่ฟื้นตัว ถึงแม้ราคาหมูและไก่ไทยเพิ่มขึ้นชดเชยต้นทุนได้ แต่กำไรไม่เพียงพอชดเชยจีนและเวียดนามที่อ่อนตัว ส่วนการส่งออกไก่ไปซาอุนั้น CPF นับว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพทั้งเทคโนโลยีและกำลังการผลิตที่ยังเหลือ



TRUE ผลงานยังแออ่อน คาดดีลควบรวมกิจการจะปลดล็อคราคาหุ้น

ส่วน TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า ระบุว่า คาดไตรมาส 1/65 อาจขาดทุนที่ 1.0 พันล้านบาท ฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 ที่ขาดทุน 1.3 พันล้านบาท แต่อ่อนแอลงจากไตรมาส 1/64 ที่ขาดทุน 610 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากรายได้กลุ่ม Mobile service revenue ที่อ่อนแอลงทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ดังนี้ 1. รายได้ Mobile service revenue ex. IC คาดที่ 1.96 หมื่นล้านบาท (ลดลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 1.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน) Netadd ชะลอตัวลงแต่ยังเป็นบวก ขณะที่ ARPU ยังถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในช่วง ก่อนควบรวมกิจการ ARPU ที่อ่อนแอยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้ Mobile service revenue ฐานลูกค้า 5G เริ่มเติบโตช้าลงจากไตรมาส 4/64 ตลาดมือถือขาดสินค้ารุ่นใหม่ๆ จากปัญหา Chip Shortage ทำให้การย้ายลูกค้าไปสู่ 5G ทำได้ลำบากมากขึ้น อย่างไรก็ดี TRUE ยังคงเป้าหมายฐานลูกค้า 5G เพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านราย ณ สิ้นปี 2564 เป็น 4 ล้านราย ณ สิ้นปี 2565


2.รายได้ Online คาดที่ 6.4 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน) Netadd เริ่มชะลอตัว ขณะที่การแข่งขันกดดัน ARPU, 3. รายได้ PayTV คาดที่ 1.8 พันล้านบาท (ลดลง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 7.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน) ลดลงตาม low season ของ Advertising , 4. รายได้ขาย Device คาดลดลงจากไตรมาส 4/64, 5. ภาพรวม TRUE ยังพยายามควบคุมต้นทุนให้ลดลงจากไตรมาส 4/64 ยกเว้นบางรายการที่ปรับขึ้นบ้าง เช่น เงินเดือนพนักงานมีรอบการจ่ายโบนัสประจำปีในไตรมาส 1/65 หรือ Depre และดอกเบี้ยจ่ายที่คาดทรงตัวไตรมาส 4/64 และ 6. ส่วนแบ่งกำไรจาก DIF กลับมาอยู่ในระดับปกติ หลังจากไตรมาส 4/64 มีรายการพิเศษจากการประเมินมูลค่าเพิ่มใน DIF กำไรพิเศษจากการจำหน่ายหุ้นซื้อคืน 24 ล้านหุ้น มีการจำหน่ายในวันที่ 1 เม.ย. 65 ทำให้จะถูกบันทึกในไตรมาส 2/65 ส่วนการ Write-off asset ที่ซ้ำซ้อนกับ DTAC ซึ่ง PWC Guidance จะตัดโดยตรงที่ Retain Earnings ของบริษัทฯ ใหม่จะยังไม่เกิดขึ้น โดยจะเกิดขึ้นก่อนการควบรวมกิจการและต้องรอการควบรวม กิจการผ่านขั้นตอนกับภาครัฐก่อน


ทั้งนี้ คาดว่าดีลควบรวมกิจการอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของภาครัฐ อาจเห็นความคืบหน้าภายในไตรมาส 2/65 โดยเราคงประมาณการและราคาเหมาะสมของ TRUE ที่ 6.40 บาท อิงสมมติฐานสำคัญ ได้แก่ โอกาสเกิดขึ้นของดีลควบรวมกิจการที่ 70% และการ Synergy กรอบ 1 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 ปีแรกของการควบรวมกิจการ ซึ่งต้องจับตาการพิจารณาของภาครัฐในช่วง 1-2 เดือนต่อจากนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะปลดล็อคราคาหุ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงสำคัญ คือ ดีลการควบรวมกิจการไม่เกิดขึ้น



MAKRO คาดครึ่งปีหลังผลงานโดดเด่น ราคาหุ้นเท่าช่วงก่อนได้ Lotus’s

ด้าน MAKRO หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุถึง แนวโน้มไตรมาส 1/65 ว่า คาดกำไรจะอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 78% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยการเติบโตจากไตรมาส 1/64 หลักๆ มาจากการรับรู้ผลประกอบการของ Lotus's ที่ยังไม่มีในไตรมาส 1/64 ส่วนการอ่อนตัวของกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 เพราะไม่มีการรับรู้กำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการ Lotus's , ปัจจัยฤดูกาลและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น จากการเริ่มรับรู้รายการเหล่านี้เต็มไตรมาส 1/65


แม้ภาพรวมยังอาจขาดปัจจัยหนุนหุ้นในระยะสั้น แต่ประเมินว่า MAKRO จะกลับมาโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 หลังเสร็จเรื่องของการรีแบรนด์และการทยอยคืนหนี้ อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปัจจุบัน ถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนได้ Lotus’s เข้ามา ขณะที่หากพิจารณาคาดการณ์กำไรที่จะฟื้นตัวก้าวกระโดดใน 2 ปีข้างหน้า หุ้นปัจจุบันมีค่า PER ปี 2565 และ PER ปี 2566 ที่กำไรฟื้นตัวสู่ระดับปกติราว 30.7 เท่า และ 22.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่า PER Band เฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 (ปี 2557-2562) ที่ซื้อขายเฉลี่ย ราว 33 เท่า จึงเหมาะลงทุนระยะกลาง-ยาว มูลค่าพื้นฐานที่ 52.80 บาท ขณะที่ยังไม่รวมโอกาสระยะยาวที่จะเปิด Upside นอกประมาณการ จากข้อได้เปรียบความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีโอกาสขยายตัวไปได้ในระดับภูมิภาค รวมถึงช่องทางออนไลน์



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
SAPPE บวก 3.68% รับกำไรจ่อกลับมาโต Q3/69 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 44 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบขากลับมาโต
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
RATCH ครึ่งปีหลังเด่น จ่อ COD โรงไฟฟ้า 2 แห่ง ดัน EBITDA เข้าเป้า 1.5 หมื่นลบ. ลุ้นบอร์ดเคาะปันผลพรุ่งนี้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SYNNEX ส่งซิก H2/69 สดใส ผนึก AWS ยกระดับสู่ AI Hub ดันรายได้ปี 69 แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท เตือนต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งยาวถึงปี 2570
Updated 16 hours ago
Fund Move
PROSPECT REIT ปักหมุดเปิดจองซื้อ 9-17 ก.ย.นี้ สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โชว์ศักยภาพทรัพย์สินใหม่
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
เปิดพิกัด 4 หุ้นเด่น “หยวนต้า” แนะสะสมดักปัจจัยบวก มอง SET แกว่ง Sideway Down เริ่มจำกัด ชี้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี
Updated 23 hours ago
Follow Us