SCC เชื่อธุรกิจซีเมนต์ฟื้น หลังไทยเปิดประเทศ มั่นใจปิโตรฯ คอมเพล็กเวียดนาม COD ปี 66 วางแผนลดต้นทุน หวังช่วยหนุนกำไร
SCC วางกลยุทธ์ลดต้นทุนพลังงาน ที่จะเป็นความได้เปรียบระยะยาว โดยมีแผนผลักดันเชื้อเพลิงทางเลือก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 30-40% ให้เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 50%ภายในปลายปี 65 เชื่อเปิดประเทศ จะทำให้ภาพของการก่อสร้างกลับมา
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และดูแลงานการเงินและการลงทุน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการนำ SCGC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต.ซึ่งต้องรอสำนักงาน ก.ล.ต.อนุมัติเสียก่อน จึงจะสามารถบอกรายละเอียดต่างๆให้ทราบอีกครั้งให้ภายหลัง
ด้านโครงการปิโตรเคมีครบวงจร Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ที่เวียดนาม มีความคืบหน้าการก่อสร้างตามแผนกว่า 93% โดยเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ทั้งด้านการผลิตและการขายเพื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2566
สำหรับเรื่องของการปรับราคาขายเป็นเรื่องของกลไกตลาด ซึ่งต้องดูว่าภาพของอุตสาหกรรมราคาสามารถขึ้นหรือลงได้เท่าไหร่ โดยเป็นไปตามกลไกทางการตตลาด แต่กำไรบริษัทสามารถทำได้คือ การลดต้นทุน คือ การใช้ต้นทุนทางเลือก เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้
โดยเรื่องของต้นทุนพลังงาน อย่างการลดการใช้ถ่านหิน การลดต้นทุนพลังงานจะเป็นความได้เปรียบระยะยาว โดยมีแผนผลักดันเชื้อเพลิงทางเลือก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 30-40% ให้เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 50%ภายในปลายปี 65 ซึ่งบริษัทมีการลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้สามารถใช้เชื้อเพลิงทางเลือกแทนถ่านหินได้สูงถึง 40-50% ถือเป็นความเข้มแข็งทางด้านซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง
สำหรับธุรกิจซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง ประเทศไทยเริ่มมีการเปิดประเทศแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามา เชื่อว่าจะทำให้ความต้องการของธุรกิจนี้จะฟื้นตัว เช่นเดียวกันกับเวียดนามและอินโดฯ ที่มีการเปิดประเทศไปก่อนหน้ามีการฟื้นตัวแล้ว มีอัตราการเติบโตเป็นบวก ซึ่งสิ่งที่บริษัททำอย่างต่อเนื่อง คือ การเปิดสาขาใหม่ของ SCG Home เพื่อเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น และตอบสนองความต้องการมากขึ้น โดยตลาดก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัว แต่มองว่าถ้าการเปิดประเทศ และเศรษฐกิจกลับมา รวมถึงราคาพืชผลราคาเกษตรกลับมา จะทำให้ภาพการก่อสร้างกลับมาอีกด้วย
ขณะที่จีนล็อกดาวน์ มองว่าจะมีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยจีนเป็นประเทศที่นำเข้าเม็ดพลาสติกเข้าไป ทั้ง HDPE PP เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ตลาดส่วนนี้ชะลอตัวลง แต่ในช่วงที่ผ่านมามีวันหยุดเยอะทำให้สภาพตลาดอ่อนตัวลง ซึ่งขายเข้าเมืองจีนไม่ได้แต่ยังขายไปยังแถบยุโรปได้ที่มีการลดกำลังการผลิตลงจำนวนมาก รวมทั้งแอฟริกาก็ยังมีความต้องการดีอยู่ เพราะฉะนั้นมีผลกระทบแน่นอน แต่ต้องปรับตัวให้สามารถปรับวอลุ่มไปสู่ตลาดที่มีความต้องการ และมาร์จิ้นที่ดี นอกจากนี้ในประเทศจีน PVC ที่มาจากถ่านหินในอดีตถือว่าเยอะมาก แต่ปัจจุบันถือว่าลดลงไปพอสมควร จะเห็นว่ามาร์จิ้นของ PVC ค่อนข้างแข็งแรง
