บล.กรุงศรี ยังแนะ“ขาย”OR เป้าหมาย 22 บาท แม้รายงานกำไรไตรมาส 1 ดีเกินคาด!! มองมูลค่าหุ้นยัง แพง-เงินลงทุนไปยังไม่สร้างกำไร
จากประเด็นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 3,845.10 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,003 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 63.3% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,354 ล้านบาท
โดยบริษัทมีรายได้ขายและบริการ 177,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาน้ำมันในตลาดโลกโดยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยและการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ด้านอุปทานยังตึงตัวจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน และ กลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้น ปริมาณการขายน้ำมันเพิ่มขึ้นทั้งสองกลุ่มธุรกิจ
บล.กรุงศรี ยังแนะ ขาย
มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำไรสุทธไตรมาส 1/65 ดีกว่าคาดการณ์ของเรา 27% และตลาด 18% เนื่องจากกำไรสต๊อกสูงขึ้น 3.6 พันล้านบาท เทียบกับคาดการณ์ที่ 3.0 พันล้านบาท และอัตรา EBITDA ที่ดีกว่าคาดที่ 28.3% เทียบกับคาดการณ์ 25.0%
ขณะที่ปริมาณขายน้ำมันเติบโต 3.8% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากส่วนค้าปลีก เติบโต 1.8%จากไตรมาสก่อน และพาณิชย์ เติบโต 5.8%จากไตรมาสก่อน อัตรา EBITDA น้ำมันเพิ่มเป็น 2.9% จาก 2.1% ในไตรมาสก่อน จากกำไรสต๊อกสูงขึ้น (3.6 พันล้านบาท จาก 1.8 พันล้านบาท ในไตรมาสก่อน) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.14 บาทต่อลิตร จาก 0.98 บาทในไตรมาสก่อน
ส่วนธุรกิจไม่ใช่น้ำมัน รายได้ขายและบริการลดลง 5.8% จากไตรมาสก่อน เป็น 4.8 พันล้านบาท จากจำนวนแก้วขาย café amazon ลดลง (ลดลง 4 ล้านแก้วจากไตรมาสก่อน เป็น 83 ล้านแก้ว) จากวันหยุดน้อยลง OR บริหารต้นทุนได้ดีทำให้อัตรา EBITDA ธุรกิจไม่ใช่น้ำมันฟื้นตัวเป็น 28.3% จาก 23.7% ในไตรมาส 4
OR เปิดสาขา café amazon ใหม่ 57 แห่งในไตรมาส 1/65 ทำให้สาขารวมเป็น 3,685 ส่วนธุรกิจระหว่างประเทศ ปริมาณขายน้ำมัน เพิ่มขึ้น 9.0%จากไตรมาสก่อน จำนวนแก้ว café amazon รวมเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน (เป็น 5.1 ล้านแก้ว) ตรา EBITDA เพิ่มเป็น 3.8% จาก 1.8% ในไตรมาส 4/65 OR มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ที่ 3.8 พันล้านบาท (0.32 บาท EPS), เพิ่มขึ้น 63%ไตรมาสก่อน แต่ลดลง 4%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ กำไรสต๊อกหนุนอัตรากำไรขั้นต้น วันหยุดหนุนยอดขาย café amazon ในช่วงไตรมาส 2/65 โดยในช่วงตรมาส 2/65 คาดดีมานด์น้ำมันจะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากวันหยุดยาว, การผ่อนคลายล็อคดาวน์, และการเปิดท่องเที่ยวในมิ.ย. และทำให้ปริมาณขาย café amazon สูงขึ้น แต่ยังคงระวังต่อแผนการใช้งบลงทุนของ OR เนื่องจาก OR ได้ใช้งบลงทุนไปกว่า 4.5 พันล้านบาทตั้งแต่กลางปี 63 แต่ยังไม่ได้สร้างกำไรที่มีนัยสำคัญ
ดังนั้นคงคำแนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 22 บาทต่อหุ้น โดยในมุมมองของเรา valuations ปัจจุบันค่อนข้างแพงจาก อัตรากำไรขั้นต้นของน้ำมันต่อลิตรจะเปลี่ยนไปตามความผันผวนของราคาน้ำมัน
OR ยังมีความเสี่ยงเรื่องทบทวนเป้าขยายสาขาธุรกิจน้ำมัน
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/65 ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าการตลาดน้ำ มันมีแนวโน้มลดลง จากไตรมาสก่อน จากราคาน้ำ มันโลกมีความผันผวนน้อยลง (ส่งผลให้ Stock gain น้อยลงใน ไตรมาส 2/65) โดยคาดกำไรปกติจะลดลงมาอยู่ในระดับ 3,000 ล้านบาท (แบบบวกลบ) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์สูงจากการ
เข้าสู่ช่วงวันหยุดสงกรานต์ ที่ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันสูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่จะส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปีนี้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากในปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ใกล้เคียงกับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2565 ที่ 25.50บาท/หุ้น (อิง PER65 27x) คงคำแนะนา “Trading” โดยคาดค่าการตลาดในปี 2565 จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างจำกัดจากการที่ภาครัฐมีโอกาสลดเงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลลง
ในช่วงครึ่งหลังปี 65 (ในกรณีที่ราคาน้ำมันโลกปรับระดับลง) นอกจากนี้บริษัทฯยังมีความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯอาจทบทวนเป้าหมายการขยายสาขาของธุรกิจน้ำมันที่ 129 สาขาในปีนี้ หลังมีการขยายสาขาเพียง 4 สาขาในไตรมาส 1/65
