KBANK ธุรกิจมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ทนต่อทุกสภาวะ มูลค่าหุ้นไม่แพง เหมาะเข้าลงทุนเป็นต้นแบบ

KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในธุรกิจการเงินขนาดใหญ่ของประเทศไทย ก่อตั้งและเปิดดำเนินงานมานานกว่า 77 ปี ให้บริการทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยนอกจากจะให้บริการครอบคลุมภายในประเทศแล้ว KBANK ยังขยายเครือข่ายไปยังต่างประเทศรวม 17 แห่ง ใน 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศญี่ปุ่น และหมู่เกาะเคย์แมนของสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินทั้งในและนอกกลุ่มประเทศ AEC+3 รวม 82 แห่ง ใน 16 ประเทศ


ในด้านการลงทุน KBANK มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 337,629.18 ล้านบาท นับเป็นหุ้นที่มี Market Cap  สูงเป็นอันดับที่ 13 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 12 .. 65) และเป็นหนึ่งในหุ้นใหญ่กลุ่มธนาคารที่ติดอยู่ในโผลงทุนของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ



KBANK ฐานะการเงินดี ทนทานต่อทุกสภาวะ

สำหรับประเด็นที่ KBANK เหมาะจะเป็น หุ้นตัวแรก ในการเริ่มต้นทุนหรือไม่นั้น คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ให้ความเห็นว่า KBANK เหมาะเป็นหุ้นตัวแรก ในการเข้าไปศึกษาและลงทุน เพราะธุรกิจธนาคารมีจุดแข็งด้านฐานะการเงิน มีกำไรสะสมจำนวนมาก และเมื่อมีเงินมากก็จะทำให้ทนทานต่อทุกสภาวะ นอกจากนี้ KBANK ยังให้ความสำคัญกับคิดค้นนวัตกรรมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินผ่านบริษัทลูกอย่าง บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)


เพราะธุรกิจที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และเป็นธุรกิจที่ทนต่อการดิสรัปชั่น หรือเป็นธุรกิจที่ถูกดิสรัปชันแล้วยังสามารถกลับมาได้ ซึ่งตอนนี้ธุรกิจการเงินและธนาคารกำลังถูกดิสรัปชัน แต่น่าจะมีความทนทานและฟื้นตัวกลับมาได้ รวมถึงสามารถก้าวทันเทคโนโลยีด้วย ซึ่ง KBANK ก็เน้นไปที่การปุกปั้นบริษัทลูกอย่าง KBTG ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน ประกอบกับจุดแข็งของธุรกิจธนาคาร คือ มีเงินสดและกำไรสะสมเยอะ พอเงินเยอะ ก็ทนทานต่อทุกอย่าง จึงเหมาะเป็นหุ้นตัวแรกในการที่จะเข้าไปศึกษา


ขณะเดียวกันมูลค่าหุ้นปัจจุบันก็อยู่ในระดับที่ไม่แพง โดย P/BV อยู่ที่ 0.69 เท่า ส่วน P/E ก็อยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกันที่ 8.74 เท่า และยังคาดหวังอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ได้ราว 3% ต่อปี



ติดตามการปรับโมเดลธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสีย คือ เป็นหุ้นที่อิงกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ ธนาคารจึงต้องอาศัยขยายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น การขยายไปยังต่างประเทศ หรือการทำดีล M&A ซึ่งธุรกิจธนาคารในไทยกำลังจะเป็นลักษณะนี้ เห็นได้จาก SCB ที่เลือกจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ดิสรัปชันตัวเอง และขยายการเติบโตไปยัง M&A และธุรกิจอื่นๆ เพราะการเติบโตโดยพึ่งพิงแต่สินเชื่อเป็นเรื่องยาก


ดังนั้นหาก KBANK ใช้โมเดลนี้ โดยไม่ได้หวังพึ่งการเติบโตจากการปล่อยสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปยังภูมิภาค และธุรกิจด้านอื่นๆ ก็อาจจะเป็นช่องทางที่ช่วยสร้างการเติบโตได้ในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ต้องติดตามต่อไป



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 17 hours ago
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
Updated 10 hours ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us