Official Update :

GUNKUL จับมือ CPF ลุยขายสารสกัด “กัญชง” หวังช่วยดันรายได้เติบโต 15 %

GUNKUL ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ CPF  และ CPP เพื่อจำหน่ายสารสกัดสำคัญจากพืชกัญชง (CBD) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารและเครื่องดื่ม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีตลาดโลก


นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ กันกุล และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด


ทั้งนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารและเครื่องดื่ม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง


นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำในด้านการผลิตอาหารครบวงจร ซีพีเอฟให้ความสนใจพืชกัญชง ซึ่งมีศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ นำมาต่อยอดเป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น รองรับความต้องการที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือของ 3 องค์กรพันธมิตรในครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสินค้าจากพืชกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น “ครัวของโลก” และช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารของไทยในภาพรวม 


ขณะที่นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ เพื่อจำหน่าย CBD โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 2/65 จะมีการเซ็น MOU เพิ่มเติมอีก 4-5 ราย ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีการ MOU กับทางแบล็คแคนยอน อีกด้วย


ทั้งนี้บริษัท จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของกันกุล ได้รับใบอนุญาตผลิตสารสกัดสำคัญจากพืชกัญชง (CBD) เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกในระบบโรงเรือนปิดที่ได้มาตรฐาน ด้วยวิธีปลูกแบบไม่ใช้ดิน ใช้น้ำที่กรองด้วยระบบ RO ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ปราศจากการปนเปื้อนและสารตกค้าง สกัดสารจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ ซีพีเอฟ และซีพีพีอย่างใกล้ชิด เรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ เทคนิคการปลูกที่ดี การสกัดสารสำคัญจากพืชกัญชง เพื่อการนำต่อยอดอาหารและเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค


สำหรับทิศทางแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/65 คาดว่าจะเห็นการเติบโตที่ดี เนื่องจาก ได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ได้รับอานิสงส์จากกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นด้วย ประกอบกับช่วงปลายไตรมาสนี้จะมีรายได้จากกัญชงทยอยเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ดังนั้นยังคงเป้าปีนี้รายได้เพิ่มขึ้นระดับ 15-20% จากปีก่อน


ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานลม ตามแผน PDP ฉบับบใหม่ที่จะออก PPA ราว 1,800 MW ใน 2 ปี ซึ่งบริษัทเตรียมพื้นที่เข้าร่วมประมูล 7 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าจะทราบเงื่อนไขช่วงเดือนสิงหาคม และเปิดประมูลช่วงเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งคาดรู้ผลภายในปีนี้ โดยเชื่อว่ากำไรในการดำเนินธุรกิจเพียงพอต่อการลงทุน และคาดว่าจะใช้เงินกู้ราว 70%


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำธุรกิจก่อสร้าง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เบื้องต้นคาดว่าภายในเดือน ม.ค.66 เพื่อระดมทุนรองรับเงินทุนหมุนเวียนในการเข้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง



CPP เผยมูลค่าตลาดสินค้ากัญชงมีแนวโน้มเติบโต

ด้านนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือ CPP กล่าวว่า ซีพีพี มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการผลิตต้นน้ำ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาและพัฒนาสายพันธุ์กัญชงที่มีเอกลักษณ์ และใช้ระบบการเพาะปลูกที่เหมาะสม โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย อย่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อวิจัยการปลูกกัญชง ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี วิธีการปลูก เทคนิคการดูแลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ซีพีพีจะส่งมอบผลผลิตจากพืชกัญชงที่ปลูกในโรงเรือน Greenhouse ตามมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practices: GAP) เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีความปลอดภัย และร่วมมือกับ GUNKUL แปรรูปเป็นสารสกัด CBD ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในอาหารและเครื่องดื่มต่อไป


ด้วยมูลค่าตลาดสินค้ากัญชงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทยที่เอื้ออำนวย ทำให้มีศักยภาพด้านการเพาะปลูกและการผลิตสูง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ปลอดภัย มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก


ดังนั้น ความร่วมมือของ 3 องค์กรในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิต ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีตลาดโลก และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”