5 หุ้นงบไตรมาส 1 ผลงานเลือดสาด ขาดทุนสุทธิมากสุดในตลาดหุ้นไทย
หลังจากที่ในช่วงนี้ใกล้จะสิ้นสุดช่วงเทศกาลประการผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/65 กันแล้ว โดยล่าสุดมีบริษัทที่ประกาศงบการเงินออกมาแล้วกว่า 93% พบว่ามีกำไรสุทธิรวมกันอยู่ที่ 2.71 แสนล้านบาท ซึ่งมีทั้งบริษัทที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาส 1/65
โดยในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปสำรวจกันว่า บริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานออกมาแล้ว บริษัทไหนมีผลขาดทุนมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย พร้อมกับไปดูคำอธิบายงบการเงินกันว่า ทำไมบริษัทเหล่านั้นถึงมีผลขาดทุนสุทธิ
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลเหล่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/65 ที่มีผลขาดทุนสุทธิมากที่สุดได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยงบการเงินของ AOT นั้นจะเป็นงบแบบปีงบประมาณเหมือนกับของภาครัฐ
AOT ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4.2 พันล้านบาท
AOT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/65 (ต.ค.64-ก.ย.65) ขาดทุนสุทธิ จำนวน 4,271 ล้านบาท ซึ่งถือว่าขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24% โดยมีสาเหตุจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ส่งผลให้การเดินทางและเที่ยวบินลดลง
ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 65 ปริมาณการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT มีจำนวนเที่ยวบินรวม 73,342 เที่ยวบิน ลดลง 29.71% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนจำนวนผู้โดยสารรวมมีทั้งหมด 6.91 ล้านคน ลดลง 35.56%
MINT เริ่มมีผลขาดทุนลดลง
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เป็นอีกหนึ่งบริษัทใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่ส่งผลให้อัตราการเข้าพักในธุรกิจโรงแรมลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์การปิดห้างสรรพสินค้า แต่อย่างไรก็ตามบรรยากาศต่างๆกำลังเริ่มฟื้นตัวขึ้น
โดย MINT รายงานงบไตรมาส 1/65 ยังมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 3,582 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน จำนวน 5,211 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของไมเนอร์โฮเทลส์และผลกำไรที่พลิกฟื้นกลับมาเป็นบวกของไมเนอร์ ไลฟ์ สไตล์ ในขณะที่ไมเนอร์ฟู้ดยังคงมีผลกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 7
BKI เซ่นพิษ เคลมประกันโควิดกว่า 5.8 พันล้านบาท
BKI หรือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากยอดเคลมประกันค่าสินไหมโควิด19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทประกันภัยหลายๆแห่งต้องประสบปัญหากับยอดขอเคลมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน จนถึงขั้นทำให้ต้องล้มละลาย และเข้าฟื้นฟูกิจการ
โดยงบไตรมาส 1/65ของ BKI พลิกขาดทุนสุทธิ 3,580 ล้านบาท ลดลง 538% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 816.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพราะ ขาดทุนจากการรับประกันภัย 5,155.9 ล้านบาท เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรจากการรับประกันภัย 442.6 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5,837.4ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น
THAI ยังคงขาดทุนต่อเนื่องอีก 3,247 ล้านบาท
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีผลขาดทุนสุทธิ 3,247 ล้านบาท ขาดทุนลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 12,202 ล้านบาท โดยมีรายการเกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิ เป็นรายได้รวม 2,042 ล้านบาท เกิดจากกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ การปรับโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างค่าตอบแทนบุคลากร กำไรจากการขายเงินลงทุนและทรัพย์สิน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
AAV ขาดทุนเพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีผลขาดทุนสุทธิ 2,370.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,864.58 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดย AAV มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 4,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยต้นทุนขายและการบริการมีจำนวน 4,335.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 54% มาจากค่าซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานจากการตัดจำหน่ายเงินสำรองบำรุงรักษาเครื่องบินจากการขายและเช่ากลับ
รวมไปถึงค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 103% ตามปริมาณการใช้น้ำมันและราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น เช่นเดียวกับค่าบริการสนามบินและลานจอดที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณเที่ยวบิน นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 21% โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุน

