TOA เดินหน้าเพิ่มปรับราคาขายสีทาบ้าน หลังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพุ่ง ชี้การเปิดประเทศทำดีมานด์ฟื้น
TOA ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวให้กับกลุ่มผู้ใช้งานประเภทลูกค้าทั่วไป โดยแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเป็น 2 กลุ่ม 1. ผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร 2. ผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ได้ฉายภาพธุรกิจในปี 2565 โดยมองการเปิดประเทศจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ที่ทำให้ธุรกิจสีได้รับผลบวกตามไปด้วย
โดยนายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า จากการการผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเริ่มเปิดเมืองมากขึ้นแล้ว ทำให้ธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมองหากนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น น่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมในทิศทางที่ดี
ทั้งนี้การเปิดประเทศมองจะมีแต่ผลดี เนื่องจาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาจะเกิดการใช้จ่ายเงินทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ขณะที่พืชผลการเกษตรราคาที่ดีขึ้น น่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อในทิศทางที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ธุรกิจสียังมีความโชคดี เพราะมีตลาดบ้านเก่า โดยปัจจุบันผู้ประกอบการปรับราคาบ้านใหม่ขึ้นตามวัตถุดิบ ทำให้บ้านเก่ากลับมาคึกคัก โดยมีผู้ประกอบการที่ซื้อบ้านเก่ามาขายเพิ่มมากขึ้น และมองว่าตลาดที่เป็นหมู่บ้าน จะมีการปรับปรุงทำบ้านให้ดูดีขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ตามจากราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันนั้น ในปี 2565 บริษัทมีการทยอยขึ้นราคาไปตั้งแต่เดือนมี.ค.แบ่งเป็น กลุ่มสีทาอาคาร 8% และ กลุ่มไม่ใช่สีทาอาคาร 4% โดยคาดหวังการขึ้นราคาน่าจะเพียงพอต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถคาดเดาถึงต้นทุนได้ คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากราคาวัตถุดิบไม่รุนแรงกว่านี้ มองปลายปี 2565 ถ้ามีการขึ้นราคาก็จะเป็นแบบเฉพาะเจาะจง
ดังนั้นจึงประเมินว่า มาร์จิ้นไม่น่าจะปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้แล้ว โดยในปี 2565 คาด EBITDA margin จะอยู่ที่ประมาณ 16% ขณะที่คาดยอดขายจะมีการเติบโตกว่า 10% จากปีก่อน เนื่องจากมีการปรับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามต้องรอดูทิศทางราคาวิตถุดิบจะคงที่แล้วหรือไม่ ซึ่งอาจจะมีการปรับเป้าหมายในอนาคต
“การปรับราคาขายขึ้นเพื่อชดเชยกำไรที่หายไป แต่เป็นการทยอยปรับ เพื่อให้ตลาดได้ปรับตัว ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแล้ว เชื่ออาจจะไม่ลดลงแรง และอาจลากยาว โดยราคาน้ำมันอาจจะต่ำ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล แต่ไม่เห็น 60 ดอลลาร์ต่อบาเรลแล้ว โดยการขึ้นราคาครั้งนี้จะทำให้กำไรกลับมาคงที่ในระดับที่ราคาน้ำมันระดับราคา 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล ”นายจตุภัทร์ กล่าว
