เอเซีย พลัส มองดัชนีไตรมาส 4/63 เหนื่อย แนะลงทุนหุ้นกลาง-เล็ก-ต่างประเทศ

สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ในกลุ่มบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ประเมินภาพรวมการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ปัจจัยพื้นฐานของตลาด คาด Downside การปรับลด GDP Growth และกำไรบริษัทจดทะเบียนถึงจุดสิ้นสุด

คุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจ เริ่มเห็นค่าเฉลี่ย Consensus คาด GDP ปี 2563 หดตัว 7.3% เทียบกับ ASPS คาด -8.4% และสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจเริ่มทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2563, งบประมาณปี 2564 ไม่ล่าช้าเหมือนที่คาด, มาตรการการคลังในช่วงโค้งสุดท้ายของปียังมี ส่วนกำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงคาดการณ์ปี 2563 ที่ 6.13 แสนล้านบาท หรือ 56.65 บาท/หุ้น หลังจาก 1H63 กำไรที่ออกมารวมกัน 1.9 แสนล้านบาท ประเมินกำไร 3Q-4Q63 เฉลี่ย 2 แสนล้านบาทต่อไตรมาส มีโอกาสเป็นไปได้ ส่วนปี 2564 คาด 7.85 แสนล้านบาท หรือ 72.51 บาท/หุ้น ขยายตัว 25%yoy

“แม้ปัจจัยพื้นฐานของตลาดจะมีความนิ่ง แต่ประเมินมีปัจจัยกดดัน 5 ปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปและเอเซียยังสูง ทำให้เกิดการล็อคดาวน์ในบางประเทศ รวมทั้งปัจจัยเรื่องการเลือกตั้งในสหรัฐฯ วันที่ 3 พ.ย., การเมืองไทยที่ยังคงต้องติดตาม, การปรับพอร์ตเพื่อเตรียมซื้อ SCGP ก่อนเข้าตลาดของสถาบันฯ มีโอกาสเขย่าและกดดันหุ้นขนาดใหญ่ระยะสั้น, และการปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor และ Short Sell กลับมาตามปกติ” คุณเทิดศักดิ์ กล่าว

คุณเทิดศักดิ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยหนุน Liquidity ที่ล้นระบบ (เงินฝากสูงกว่า Market Cap ตลาดฯ) และรอจ่อเข้าตลาดหุ้น อาจชะลอไปอีกสักระยะ หากปัจจัยกดดัน 5 ปัจจัยดังกล่าว เริ่มมีความผ่อนคลายลงเชื่อว่า Flow จะไหลเข้าตลาดหุ้น

หากมองในมุม Valuation ที่เริ่มนิ่ง ด้วย Momentum ของการปรับลด EPS63F และ 64F ของ Consensus ลดน้อยลง บวกกับตลาดหุ้นมักฟื้นตัวได้ดีหลังกำไรบริษัทจดทะเบียนผ่านพ้นจุดต่ำสุด ดังนั้น Upside เริ่มเปิดกว้างขึ้น ตามเป้าหมายดัชนีปี 2564 ที่สายงานวิจัยประเมินไว้ที่ 1,450 จุด ถือเป็นจังหวะในการสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก ยามตลาดปรับฐานลงมา

รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ้นที่ผ่านบททดสอบ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี เป็นหุ้นที่น่าลงทุนในจังหวะนี้ เช่น ASK, DOHOME, INSET, MTC, NOBLE และ STGT ในทางตรงกันข้าม หุ้นที่ราคาเกินมูลค่าพื้นฐานไปมาก ต้องระมัดระวังการซื้อขาย เช่น MINT และ LPN

คุณภาดร สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การลงทุนและผลิตภัณฑ์ บล.เอเซีย พลัส ให้มุมมองเพิ่มเติมถึง กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนปี 63 นี้ ที่นับเป็นอีกปีที่ท้าทายของตลาดหุ้นไทย การหาโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม New Economy เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าบริโภค จะช่วยให้กระจายน้ำหนักการลงทุนออกจากหุ้นไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่กลุ่มพลังงานและธนาคาร และจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจายตัวได้ดีขึ้น และรองรับเทรนด์การลงทุนใหม่ๆ ที่จะมาในอนาคตได้ดีกว่าเดิม