TKN ไตรมาส 1/64 กำไรฟื้น หลังคุมเข้มต้นทุน ครึ่งปีหลังเตรียมเพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่

บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า
มีรายได้จากการขาย
919.9 ล้านบาท หลังยอดขายจากสินค้าใหม่นมพลาสเจอร์ไรส์รสชานม "จัสท์ ดริ้งค์" ประสบความสำเร็จได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ช่วยชดเชยยอดขายต่างประเทศบางส่วนที่ชะลอตัว และมีกำไรสุทธิ 55.9 ล้านบาท หลังควบคุมต้นทุนการผลิตและจัดจำหน่ายได้ดี พร้อมเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครึ่งปีหลัง


นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 แม้ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 919.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยจากตลาดในประเทศที่มีรายได้ 388.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เข้ามากดดัน อย่างไรก็ตามบริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตจากการขยายตลาดของสินค้าใหม่ ได้แก่ นมพลาสเจอร์ไรส์รสชานม “จัสท์ ดริ้งค์” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และสามารถกระจายสินค้ามากขึ้นในช่องทางร้านสะดวกซื้อเป็น 12,000 สาขา ณ ปลายเดือนมีนาคม 2564 จากเดิมที่มี 6,000 สาขา ณ ปลายปี 2563 สามารถชดเชยยอดขายจากตลาดต่างประเทศบางส่วนที่ชะลอตัว สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศหลัก มียอดขายลดลงและได้รับผลกระทบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เตรียมปรับกลยุทธใหม่เพื่อเจาะตลาดจีนให้ดียิ่งขึ้น


ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 55.9 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิ 20.9 ล้านบาทเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้มีต้นทุนการจัดจำหน่ายในไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 97.9 ล้านบาท ลดลง 14.3% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ ยังคงปรับการใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายขายและการตลาดให้สัมพันธ์กับยอดขายและเป็นไปตามสถานการณ์ และมุ่งเน้นจัดกิจกรรมที่สร้างผลลัพธ์โดยตรงกับการขายในช่องทางที่มีศักยภาพการเติบโต


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN กล่าวว่า แนวโน้มภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าฟื้นตัวดีขึ้น โดยบริษัทฯ เตรียมแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (NPD) เพื่อเพิ่มยอดขายนอกจากกลุ่มสาหร่าย (Non-Seaweed) คาดว่าจะมีการออกผลิตภัณฑ์นมพลาสเจอร์ไรส์ "จัสท์ ดริ้งค์" รสชาติใหม่ในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งอยู่ระหว่างร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาผลิตภัณฑ์ Plant-Based และศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชง ส่วนตลาดต่างประเทศคาดว่าจะเห็นการสั่งสินค้าจากเอเย่นต์เพิ่มขึ้นและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ลดลงในครึ่งปีหลัง


“เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ราคาวัตถุดิบ (สาหร่าย) ต้นทุนการผลิตระยะยาว เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น พร้อมทั้งรักษากระแสเงินสดเพื่อปันผลให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง และเพียงพอสำหรับแผนขยายการลงทุนในอนาคต” นายอิทธิพัทธ์ กล่าว