Official Update :

10 หุ้นไฟไหม้ !! ร่วงแรงสุดในเดือน ม.ค.

ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้รายงานหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดไปแล้ว ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างมาก เพราะอาจจะเป็นหุ้นที่สร้าง  Capital Gain ให้กับนักลงทุนหลายๆคน แต่ครั้งนี้เราจะนำเสนอในอีกฝั่ง คือ 10 หุ้นที่มีราคาลดลงมากสุดของ SET100 ในรอบเดือน ม.ค. 64 ที่ผ่านมา จะมีอะไรบ้าง และแนวโน้มธุรกิจจะยังน่าสนใจหรือไม่ ไปดูกันเลย


จากการสำรวจข้อมูลผ่านโปรแกรม SETSMART  พบว่า หุ้นในกลุ่ม SET100 ที่มีราคาลดลงมากที่สุดในรอบเดือน ม.ค. 64 ที่ผ่านมาใน 10 อันดับ ได้แก่  PTT, TQM, GFPT, IRPC, EGCO, CK, STEC, TRUE, RATCH และ TCAP โดยเรียงลำดับจากลดลงมากสุดไปหาน้อยที่สุดใน 10 อันดับแรก ซึ่งมีรายละเอียดในตารางดังนี้




PTT โผล่ร่วงแรงสุด


ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในรอบเดือนม.ค. 64 ที่ผ่านมาพบว่าราคาหุ้น PTT ปิดรอบสิ้นเดือนดังกล่าวที่ราคาต่ำสุด 37.75 บาท ลดลง 11.18%มากสุดของกลุ่ม SET100 หลังจากมีความกังวลแรงขายปรับพอร์ตหุ้นพลังงานเพื่อนำเงินไปซื้อ OR ซึ่งสวนทางกับราคาน้ำมันที่ยังขาขึ้น ดังนั้นนับจากนี้ PTT จะยังมีความน่าสนใจหรือไม่ ผู้เขียนได้รายงานผ่านลิ้งค์นี้ https://www.wealthythai.com/web/contents/WT210200074 อย่าลืมเข้าไปหาคำตอบกันเลย



TQM กำไรโตไม่หยุด


ต่อมา TQM ถือเป็นหุ้นที่มีราคาลดลงมากสุดเป็นอันดับ 2 ทำราคาปิดรอบสิ้นเดือนดังกล่าวที่ 120 บาท ลดลง 10.78% หลังจากปีที่ผ่านมาถือเป็นห้วงเวลาที่ทำราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น สอดรับกับยอดขายประกัน COVID-19 ที่มีกระแสดีอย่างต่อเนื่อง แต่นับจากนี้ทิศทางผลประกอบการ TQM จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย


ล่าสุด จับมือกับ Shopee บุกตลาด E-commerce ประเดิมส่งประกันโควิด พร้อมขยายการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม โดยจะวางแผนขายประกันรถยนต์ สุขภาพ และอุบัติเหตุเป็นสินค้าตัวถัดไป บริษัทระบุว่าการใช้ Digital platform ทำให้เข้าถึงลูกค้าและความสามารถทำกำไรสูงขึ้น แนวโน้มไตรมาส 4/63 รายได้ และกำไรสุทธิทำสถิติมากสุดเป็นประวัติการณ์ และก่อนหน้านี้ได้เซ็น MOU กับ FORTH เพื่อขายประกันผ่านตู้บุญเติม ซึ่งมีอยู่ 1.3 แสนตู้ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายและช่องทางชำระค่าเบี้ยประกัน


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าประเด็นดังกล่าว นับเป็นบวกที่บริษัทขยายช่องทางการตลาดด้วยการจับมือกับพันธมิตรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสัดส่วนการขายประกันผ่านออนไลน์ที่สูงขึ้นช่วยหนุน GPM บริษัทด้วย และรายได้ที่เติบโตก็ทำให้มี Economy of scale มากขึ้น


ทางฝ่ายวิจัยฯ แนะนำเป็นซื้อ ให้พื้นฐานเป็น 137 บาท ทั้งนี้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 63-64 จะเติบโตแข็งแกร่ง +33% และ +30% ตามลำดับ โดยในเชิงกลยุทธ์เราชอบ  TQM  ที่มีแผนกลยุทธ์เรื่องการเติบโตที่ชัดเจน การใช้ Digital platform ในการทำธุรกิจทำให้การเข้าถึงลูกค้าและความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น รวมทั้งการเข้าซื้อกิจการก็ช่วยหนุนการเติบโตด้วย


ทั้งนี้บริษัทเริ่มขยายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเมื่อ 12 พ.ย.63 ได้ประกาศผ่าน SET จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส์ TO2020 เพื่อขยายการลงทุนไปในภูมิภาค โดย TO2020 จะเข้าไปถือหุ้น 49% ใน BIC Insurance กัมพูชา (BIC) ส่วนอีก 51% เป็นการถือหุ้นโดยผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น Asia Investment and Financial Services  (AIF) และผู้ถือหุ้นเดิมของ BIC เราคาดว่าจะเริ่มเห็นส่วนแบ่งผลประกอบการของดีลนี้ใน 1H64 นอกจากนั้นยังมีแผนจะเข้าไปลงทุนในลาวเป็นลำดับต่อไปด้วย



GFPT กำไรปี 64 มีลุ้นโต 
27.9%


อันดับ 3 คือ GFPT ประกอบธุรกิจการเกษตรครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ปู่ย่าพันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ธุรกิจชำแหละและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ โดยผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่มบริษัท ได้แก่ อาหารสัตว์บก อาหารสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ รวมถึง เนื้อไก่สด อาหารแปรรูปจากเนื้อไก่ และ อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ได้แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2564 ที่ 16.10 บาท จากเดิม 15.60 บาท โดย GFPT  ผ่านประเด็นลบต่างๆไปแล้ว และจะเริ่มเห็นกำไรที่เติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ต่อเนื่องทุกไตรมาสในปี 2564 และ ผลประกอบการจะเด่นมากในครึ่งหลังปี 64 เมื่อเครื่องจักรใหม่ทั้ง 5 สายการผลิตแล้วเสร็จ เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2564 ขึ้น 3% เป็น 1,260 ล้านบาท เติบโต 27.9% จากปี 63 อย่างไรก็ตามหากกำไรไตรมาส 4/63 ใกล้เคียงคาดจะทำให้กำไรปี 2563 อยู่ที่ 1,143 ล้านบาท สูงกว่าคาดการณ์ปัจจุบัน 16% ส่งผลให้กำไรปี 2564 เติบโตที่ 10.3% จากปี 63


This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”