Official Update :

KISS จูบพิฆาตพาวิ่ง 66.66% สานฝันดันรายได้ 3 พันล้านในปี 67

ได้ฤกษ์ดีเข้าเทรดของหุ้นความงามตัวล่าสุดอย่าง บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS ที่ต้องบอกว่าได้รับความนิยมไม่แพ้สินค้าของบริษัทเอง โดยเปิดการซื้อขายที่ระดับ  15 บาท เพิ่มขึ้น 66.70%จากราคาพีโอที่ระดับ 9 บาท ถือเป็นการตอบรับเป้าหมายบริษัทที่เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะในประเทศ และต่างประเทศ


นางสาวพิจิตตรา ไตรรัตนธาดา กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ KISS เปิดเผยว่า  จากราคาหุ้นที่เปิดการซื้อขายดังกล่าวรู้สึกดีใจอย่างมาก ที่นักลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนจากการเดินสายโรดโชว์ในช่วงที่ผ่านมาที่นักลงทุนแสดงความสนใจเข้ามาจำนวนมาก จึงไม่แปลกใจเลยที่ราคาหุ้นวันนี้จะออกมาในทิศทางที่ดี


ด้านนางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KISS เปิดเผยว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความงามและสุขภาพของเอเชีย หรือ True Health and Beauty Company ตั้งเป้าหมายมีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20 ต่อปี นับจากปี 2562 โดยวางเป้าปี 2567 จะมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 20-25% จากช่วง 9 เดือนปี 63 อยู่ที่ 19%


ทั้งนี้การเข้าไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ถือเป็นการใช้วิชาตัวเบาในการดำเนินธุรกิจ เพราะบริษัทไม่มีโรงงาน และร้านจำหน่ายเอง ทำให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับบริษัทมีโมเดลเป็นบริษัท Asset Light สามารถเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการขาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผนออกแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานผู้บริโภคให้เพิ่มมากขึ้น


ขณะที่ประเด็นการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างสูง แต่บริษัทจะมุ่งเน้นสร้างการเติบโตด้วยความแตกต่าง โดยขยายธุรกิจให้ครอบคุมทั้งสุขภาพและความงาม เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ลดการพึ่งพากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง รวมทั้งขยายแบรนด์สินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความสะดวกสะบาย และเข้าถึงผู้บริโภค


ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้งบ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์แชมพูเปลี่ยนสีผมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Rojukiss, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้แบรนด์ใหม่ Wonder Herb


รวมทั้งลงทุนอีก 100 ล้านบาท พัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์สำหรับช่องทางการขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-consumer: D2C) ผ่านความร่วมมือกับ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) โดยบริษัทถือหุ้น 40% คาดเริ่มส่งแบรนด์ใหม่อออกสู่ตลาดช่วงต้นไตรมาส 2/64


และอีก 50 ล้านบาทจะลงทุนพัฒนาดิจิทัลและเทคโนโลยี ช่วยผลักดันการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อาทิ  Mobile Skin Analysis เครื่องมือวิเคราะห์สภาพผิวของผู้บริโภค เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทันทีผ่านการเชื่อมต่อช่องทาง E-commerce 


นอกจากนี้ในปี 2567 บริษัทวางเป้าจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ 15-20% จากปัจจุบันที่ 10% โดยมีแผนงานมุ่งส่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอาเซียนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาด ด้วยเงินลงทุนอีก 50 ล้านบาท  ใน 2 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพมีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะการเติบโตของช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) บริษัท ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทท้องถิ่นในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้จะเริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศเวียดนาม 


ทีมผู้บริหารและกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมมีความเชื่อมั่นศักยภาพการดำเนินธุรกิจ จากจุดแข็งการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่โดดเด่นและแตกต่างเพื่อเข้าถึงวิถีชีวิตคนเมือง ซึ่งถือเป็นคีย์ซัคเซสในการนำพาองค์กรก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมได้แสดงเจตนารมย์ชัดเจนที่จะครองสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 และสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้ก้าวสู่เป้าหมายและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน” นางวรวรรณ กล่าว  

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”