Official Update :

ส่องการเติบโต TQR-TQM พื้นฐานรองรับราคาหุ้นหรือไม่?

ยังเป็นหุ้นที่ถูกจับตามองสำหรับ TQR หรือ บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หลังราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด (19 .. 64) ราคาปรับขึ้นมา 288.24% จากราคาไอพีโอ ทำให้เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องออกมาเตือนให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขาย โดยช่วงสองวันนับตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ราคาปรับตัวสูงต่อเนื่อง ด้วยปริมาณการซื้อมาก และมีผลให้จำนวนหุ้นที่จะขายคงเหลือในตลาดมีน้อย


สิ่งที่ทำให้ราคาหุ้นของ TQR ปรับตัวขึ้นร้อนแรงตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากความเกี่ยวเนื่องของกลุ่มผู้ถือหุ้น โดยหุ้นกว่า 44.35% ของ TQR ถูกถือโดย ดร.อัญชลิน พรรณนิภา และ คุณนภัสนันท์ พรรณนิภา ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM ธุรกิจนายหน้าประกันภัย หุ้นอีกตัวที่มีสตอรี่ราคาเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย TQM เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียง 2 ปี แต่ราคาหุ้นสามารถปรับขึ้นไปถึง 432.61% ในขณะที่กำไรสุทธิก็เติบโตสวนกระแสวิกฤติ Covid-19 ทำให้เป็นหุ้นที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนเสมอ


นอกจากนี้ คุณนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM ยังเคยบอกว่า หลังจากที่ TQR เข้าตลาดหุ้นจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับ TQM รวมถึงบริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าถือหุ้น TQR อีกด้วย ทำให้นักลงทุนบางส่วนอาจเข้าซื้อหุ้น TQR เพราะมองว่าราคาหุ้นและผลประกอบการจะเติบโตสูงได้ในลักษณะเดียวกับ TQM


อย่างไรก็ตาม จะเกิดการ SYNERGY ระหว่าง 2 บริษัทหรือไม่ ยังไม่สามารถบอกได้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป แต่วันนี้ Wealthy Thai มีแนวโน้มการเติบโตของ TQR และ TQM มานำเสนอ


สำหรับแนวโน้มธุรกิจของ TQR คุณชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ปี 2564 ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยรับประกันภัยต่อที่คาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท โดยบริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรสุทธิในปีนี้ไม่ให้ต่ำกว่า 30% จากงวด 9 เดือนปี 63 อยู่ที่ 42% นอกจากนี้ การมาของวัคซีนต้าน Covid-19 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเกิดขึ้นของโครงการขนาดใหญ่ เป็นโอกาสของบริษัท พร้อมยังมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ และร่วมลงทุนทุกรูปแบบเพื่อสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ปัจจุบันยังไม่มีดีล แต่ไม่ปิดกั้นโอกาส


ส่วน TQM ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการ กล่าวว่า ปี 2564 ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 17,000 ล้านบาท หรือไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งประกันบ้าน ประกันรถ ประกันชีวิต และประกัน Covid-19 เป็นต้น ด้านนักวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า ระบุว่า ในปี 2564 คาด TQM จะมีกำไรสุทธิราว 833 ล้านบาท โต 20.9% หลังได้อานิสงค์บวกจากการฟื้นตัวของเบี้ยประกันตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึง Awareness ในการทำประกันภัยของคนไทยที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาด รวมถึงคาดจะเริ่มเห็นผลจากการเพิ่มช่องทางขายใหม่ทั้งความร่วมมือกับ FSMART และ TJN ที่ชัดเจนขึ้นตามลำดับ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดยังทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อประกันผ่าน Digital Platform มากขึ้น 


บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ฝ่ายวิจัยชอบ TQM ที่มีแผนกลยุทธ์เรื่องการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการใช้ Digital platform ในการทำธุรกิจทำให้การเข้าถึงลูกค้าและความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น รวมทั้งการเข้าซื้อกิจการก็ช่วยหนุนการเติบโตด้วย ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงคาดกำไรสุทธิปี 2563 จะเติบโต 33% และปี 2564 จะเติบโต  30% แนะนำซื้อ โดยให้ราคาพื้นฐาน 137 บาท



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้