Official Update :

ถอดกลยุทธ์ธุรกิจ BGC กับเป้าหมายเติบโตกว่าเท่าตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนั้น บรรจุภัณฑ์เป็นองค์ประกอบสำคัญไม่แพ้สิ่งที่อยู่ภายใน โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แก้วซึ่งมีความคงทนสวยงาม ตอบโจทย์เมกะเทรนด์สิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยสูง จึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมใช้กับสินค้าระดับพรีเมียม รวมถึงอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

 

หนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์แก้วคือ ‘บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC)’ ซึ่งอยู่ในธุรกิจนี้มายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมสูงสุดในประเทศไทยกว่า 3,495 ตันต่อวัน หรือปีละมากกว่า 4,000 ล้านขวด โดยนอกจากการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วภายในประเทศแล้ว BGC เป็นอีกหนึ่งบริษัทสัญชาติไทยที่โลดแล่นในเวทีระดับนานาชาติจากเครือข่ายการส่งออกที่ครอบคลุมทั่วโลก

 

คุณศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGC เล่าถึงบทบาทของบรรจุภัณฑ์ว่า ในอุตสาหกรรมทุกประเภท การที่ผู้ประกอบการจะส่งมอบสินค้าไปยังผู้บริโภคนั้น จำเป็นต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ห่อหุ้มและปกป้องสินค้าตลอดขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ คงความสดใหม่ ไม่เกิดความเสียหาย บรรจุภัณฑ์จึงเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญกับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

 

โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสกับอาหารหรือเครื่องดื่มโดยตรง เราต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ ทำให้บรรจุภัณฑ์แก้วที่ทำปฏิกิริยาเคมีน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีศักยภาพในการเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค

ไม่เพียงการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ในปีนี้ BGC เตรียมขยายโอกาสเติบโตกว่าเท่าตัวในปี 2025 ด้วยการเพิ่มความหลากหลายให้พอร์ตผลิตภัณฑ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Bringing Good Value to everyone everyday” สื่อถึงความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ที่ส่งคุณค่าผ่านการนำสินค้าคุณภาพส่งไปถึงมือผู้บริโภคให้ทุกคน ทุกเวลา

 

เพื่อให้บริษัทฯ เติบโตไปกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้านตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ BGC เตรียมขยายธุรกิจต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฟิล์มพลาสติก ฝาพลาสติก ขวด PET หลอดพรีฟอร์ม และกล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีโอกาสสร้างยอดขายจากลูกค้าได้มากขึ้น โดย BGC มีแผนเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

 

หลังจากนี้ BGC เน้นกลยุทธ์สร้างการเติบโตแบบ Inorganic หรือเข้าควบรวมกิจการ (M&A) โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1,650 ล้านบาท โดยเราเน้นธุรกิจที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก เพื่อยกระดับธุรกิจแบบครบวงจรสู่ Total Packaging Solution ซึ่งจะทำให้ BGC มีศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามเป้าหมายที่จะเติบโตกว่าเท่าตัวภายในปี 2025”

สำหรับภาพรวมตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วในปีนี้ คาดว่าจะกลับมาเติบโตประมาณ 5-6% เทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากความสำเร็จจากการพัฒนาวัคซีน COVID-19 ทำให้ผู้คนมีความกังวลน้อยลง และคุ้นชินกับการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดมากขึ้น เห็นได้จากในช่วงต้นปีที่เกิดการระบาดระลอกใหม่นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมากนัก จึงเป็นโอกาสดีที่ BGC จะเพิ่มความครบวงจรให้กับธุรกิจ เพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคคุณศิลปรัตน์กล่าวทิ้งท้าย