Official Update :

ส่องแผนธุรกิจ “CBG กับ OSP” ในปี 64 ใครจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ากัน

เริ่มที่ CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลัง “คาราบาวแดง และเครื่องดื่มผสมวิตามันซีที่กำลังมาแรงอย่าง วู้ดดี้ ซี+ ล็อค โดยปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 3,525.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,019 ล้านบาท หรือ 40.6% จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 2,506.46 ล้านบาท เนื่องจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายปรับตัวดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนสโมสร CFC ลดลง และการรับรู้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ ICUK ลดลงมาอยู่ที่ 3.7 ล้านปอนด์ จาก 12.6 ล้านปอนด์ในปี 2562 รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเฉพาะกิจกรรมและช่องทางการขายที่บริษัทเชื่อว่าจะทำให้อัตราการขายที่ดีขึ้นในระยะยาว


สำหรับแผนการเติบโตในปีนี้ CBG ตั้งเป้ารายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% โดยใช้กลยุทธ์บุกตลาดใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ และออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายหรือเครื่องดื่มใหม่ รวมถึงเน้นช่องทางขายแบบโมเดิร์นเทรดมากขึ้น จากเดิมที่เน้นช่องทางขายแบบดั้งเดิม และมุ่งสร้างแบรนด์ให้ติดระดับโลก ขณะที่นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า ระบุว่า ยังคงประมาณการกำไรปี 2564 ของ CBG ที่ 4,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากปีก่อน โดยมีโอกาสที่กำไรจะออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ จากปัจจัย 1.บริษัทมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวิตามินซีอย่างน้อย 2 ตัว และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มผสมกัญชงที่คาดว่าเห็นความชัดเจนอย่างเร็วในไตรมาส 3/64, 2. ตลาดจีนเป็นธงหลักในการเติบโตในปี 2564 จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวหลังสถานการณ์ COVID -19 คลี่คลาย โดยเฉพาะ 5 มณฑลสำคัญซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท ประกอบกับกลยุทธ์การร่วมมือกับพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย ทำให้ตลาดจีนเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ, 3. ต้นทุนการผลิตลดลง หลังโรงงาน APM (ผลิตกล่องกระดาษ, ฉลาก และฟิ ล์ม) เริ่มผลิตได้ในเดือนมี.ค. ช่วยเพิ่มคุณภาพและภาพลักษณ์ของสินค้า รวมถึงช่วยในการลดต้นทุนได้ราว 100 ล้านบาทต่อปี และได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีจาก BOI ด้วย จึงยังคง คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 152.50 บาท







มาต่อกันที่ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) แม้กำลังซื้อในประเทศจะชะลอตัวทำให้ตลาดเครื่องดื่มหลายกลุ่มหดตัว แต่บริษัทยังเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังได้ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในไตรมาส 4/63 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 54.9% เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน และผลิตภัณฑ์ซีวิทยังเป็นเครื่องดื่มผสมวิตามินซีอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่ม Functional Drinks ที่ 31.0% เพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน โดยปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ ที่ 3,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 245 ล้านบาท หรือ 7.5% จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 3,259 ล้านบาท ซึ่งโครงการ Fit Fast Firm ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ทำให้กำไรเติบโตได้แม้รายได้จะทรงตัว


สำหรับแผนการเติบโตในปีนี้ OSP ตั้งเป้ากำไรจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพผ่านโครงการ Fit Fast Firm เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะผันผวนจากการเติบโตของรายได้ เพิ่มความสามารถในการทำกำไร รวมถึงผลักดันการเติบโตกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผ่านการต่อยอดความสำเร็จ การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์พร้อมนวัตกรรมใหม่ การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า และเพิ่มช่องทางใหม่เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่ตลาดต่างประเทศ OSP พร้อมสร้างการเติบโตในเมียนมา ด้วยการปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการขายและกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ โรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งใหม่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ


ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ระบุว่า OSP ยังคงตั้งเป้าการเติบโตของกำไรปีนี้ในระดับ Double digit แม้กำลังซื้อในไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเพราะการระบาดของ COVID-19 แต่คาดว่ายอดขายจะทยอยดีขึ้นในรูปแบบเดียวกับปีก่อน รวมถึงชดเชยด้วยการบริหารประสิทธิภาพการผลิตภายใต้โครงการ Fit Fast Firm โดยมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นสินค้านวัตกรรมและเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพื่อจับกลุ่มผู้หญิง อีกทั้งเปิดช่องทางการขายใหม่ จากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับ Kerry ส่วนสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา บริษัทยังดำเนินธุรกิจตามปกติและมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชง ได้เริ่มศึกษารูปแบบผลิตภัณฑ์และพฤติกรมผู้บริโภคมาหลายปี ทั้งในส่วนของเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล รอกฎหมายอนุมัติและมีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นด้านการดำเนินงาน ประเมินกำไรปกติปี 2564 ของ OSP ที่ 3,796 ล้านบาท คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 38 บาท


กำลังซื้อในประเทศกำลังฟื้นตัว ต้องรอติดตามกันว่าแผนธุรกิจที่แต่ละบริษัทเตรียมไว้จะช่วยสร้างการเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่ยังคงดุเดือดทั้งตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ตลาด Functional Drinks และล่าสุดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชง ซึ่งเป็นตลาดใหม่และมีผู้เล่นลงสนามจำนวนมาก ต้องติดตามกันว่าครึ่งหลังของปีนี้จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชงออกมาสร้างสีสันและช่วยสร้างการเติบโตให้กับ CBG และ OSP หรือไม่

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้