ส่องหุ้นหมูไก่ CPF - TFG - GFPT ปี 64 ธุรกิจและมูลค่าหุ้น น่าสนใจหรือไม่?

ปัจจุบันราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมูและไก่ปรับตัวขึ้นมาพอสมควร หลังจากช่วงเทศกาลกินเจที่ราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวลดลง โดยราคาสุกรหน้าฟาร์มล่าสุดอยู่ที่ 76 บาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้น 5.6% จากสัปดาห์ก่อนหน้า จากปัญหาสุกรขาดแคลนในภูมิภาคเอเซีย จากโรคอหิวาต์แอฟริกา และความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาไก่อยู่ที่ 32 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 6.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ตามความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้นหลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อสัตว์ เช่น CPF, TFG และ GFPT



CPF ธุรกิจใหม่มีศักยภาพเติบโตสูง

สำหรับหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นของราคาเนื้อหมูและไก่มากที่สุด คือ CPF และ TFG เนื่องจาก CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่ในไทย 10% และธุรกิจสุกรในไทย 10% รวมถึงมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสุกรในเวียดนาม 10% และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมซึ่งทำธุรกิจฟาร์มสุกรในจีน (ถือหุ้น CTI สุทธิ 18%) โดยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ราคาหุ้นของ CPF ยัง Laggard สวนทางธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง แม้คาดว่ากำไรสุทธิปี 64 จะอยู่ที่ 25,649 ล้านบาท อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26,022 ล้านบาท แต่ก็ถือเป็นกำไรที่ดีมาก จากธุรกิจสุกรในไทย จีน และเวียดนามที่ดีต่อเนื่อง จากปัญหาขาดแคลนสุกร ธุรกิจกุ้งที่เติบโต รวมถึงช่องทางการขายสินค้าผ่าน LOTUS’s มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้แนวโน้มกำไรปกติของไตรมาส 1/64 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/63 และไตรมาส 1/63


นอกจากนี้ยังมีสินค้าใหม่ เช่น Plant based meat ที่จะเริ่มเปิดตัวในไทยในเดือนพ.. 64 และเตรียมส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก อีกทั้ง CPF ยังศึกษาธุรกิจกัญชงครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation น่าสนใจ มีค่า PER เพียง 9 เท่า PBV เพียง 1.1 เท่า และ CPF ประกาศจ่ายปันผลสำหรับงวดครึ่งหลังปี 63 ที่ 0.60 บาท คิดเป็น div yield 2.1% ขึ้น XD วันที่ 17 .. 64 จึงแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท



TFG มูลค่าหุ้นน่าสนใจ เป็นโอกาสเข้าลงทุน

ส่วน TFG หรือ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่ในไทย 60% และธุรกิจสุกรในไทย 30% รวมถึงมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสุกรในเวียดนาม 3% โดยบล.เอเซีย พลัส คาดกำไรสุทธิปี 64 ของ TFG จะอยู่ที่ 2,194 ล้านบาท ลดลง 14.4% จากปีก่อน และคาดว่ากำไรปกติจะอ่อนตัวลง 5.4% จากปีก่อนเช่นเดียวกัน จากฐานกำไรที่สูงมากใน นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยยังประเมินธุรกิจสุกรในไทยและเวียดนามยังดีต่อเนื่อง จากปัญหาสุกรขาดแคลนในเอเชีย ส่งผลให้คาดว่ากำไรปกติของไตรมาส 1/64 จะเติบโตทั้งจากไตรมาส 4/63 และไตรมาส 1/63 จากราคาสุกรในไทยและเวียดนามที่สูงขึ้น


ด้านราคาหุ้น Valuation ยังน่าสนใจ มองเป็นโอกาสเข้าลงทุน โดย TFG ประกาศจ่ายปันผลสำหรับงวดครึ่งหลังปี 63 ที่ 0.055 บาท คิดเป็น div yield 1.1% ขึ้น XD วันที่ 10 มี.ค 64 และแจก TFG-W3 ให้ผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ 1 TFG-W3 อัตราใช้สิทธิ 1 IFG-W3 ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาใช้สิทธิ 5.50 บาท ขึ้น XW วันที่ 29 เม.ย. 64 ซึ่งหากมีการใช้สิทธิทั้งหมดจะทำให้เกิด Control dilution ลดลง 9.1% แต่ TFG จะได้เงินสดเข้ามา 3.1 พันล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนช่วยลดผลกระทบจาก dilution ไปได้บางส่วน ซึ่งฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ แนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 6.20 บาท



GFPT เน้นลงทุนระยะกลางถึงยาว

และสุดท้าย GFPT หรือ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ที่ทิศทางกำไรปี 64 จะเติบโตตามเครื่องจักรใหม่ในโรงงานแปรรูปไก่ปรุงสุก โดยบล.เอเซีย พลัส คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้ของ GFPT จะอยู่ที่ 1,399 ล้านบาท เติบโต 3.5% จากปีก่อน และกำไรปกติจะเติบโต 21.9% จากปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มปริมาณการส่งออกไก่เพิ่มขึ้น 5% หลังจากติดตั้งเครื่องจักรใหม่ที่โรงงานแปรรูปไก่ปรุงสุกเสร็จแล้ว และเริ่มดำเนินการผลิตได้ 2 สายการผลิตตั้งแต่เดือนก.. ที่ผ่านมา ส่วนที่เหลืออีก 3 สายการผลิตจะดำเนินการผลิตได้ในไตรมาส 3/64 ช้ากว่าเดิมประมาณ 3 เดือน เพราะรอลูกค้าตรวจสอบโรงงาน และแนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น แต่คาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 4/64 จะอ่อนตัวลงจากไตรมาส 4/63 และกำไรจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 64 จาก high season และแนวโน้มราคาไก่ที่ฟื้นตัว


ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานไปมากแล้ว จึงแนะนำให้ลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยราคาหุ้นปรับไปกว่า 15% ในรอบ 2 เดือน จน Valuation กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง มี PER ที่ 11 เท่า PBV เพียง 1.0 เท่า และ Upside 14% จึงเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 14.00 บาท



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้