Official Update :

COVID-19 ระบาดหนักไม่หยุด แต่แปลก! หุ้นที่บวกกลับไม่ตอบรับ

การระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ในประเทศไทย ได้ทวีความรุนแรง และขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันต่อภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อตัวเลข GDP ประเทศไทย และภาคขนส่ง ที่มีโอกาสชะลอตัว


แต่กลุ่มที่เคยได้รับผลบวกจากการระบาดรอบแรกนั้น ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ ผู้ขายสินค้าไอที ที่การแพร่ระบาดของ COVID -19 ในประเทศที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายหน่วยงานเริ่มกลับมา Work From Home อย่าง COM7, SYNEX เป็นต้น


รวมทั้งกลุ่มขายประกันอย่าง TQM ที่การแพร่ระบาดของ COVID -19 ในรอบแรกดันราคาหุ้นเติบโตอย่างโดดเด่น เช่นเดียวกันกับกลุ่มยางพารา และถุงมือยางอย่าง STGT, STA และ NER ก็เช่นกัน รวมทั้ง PTL อีกด้วยที่ในช่วงดังกล่าวที่ว่าได้รับผลบวกอย่างมาก


อย่างไรก็ตามวันนี้ถือเป็นวันที่เปิดตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกของปี ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงอย่างมากในประเทศไทย แต่หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากการระบาดรอบแรก ซึ่งครั้งนี้ราคาหุ้นไม่ค่อยตอบรับข่าวดังกล่าวเท่าไหร่นัก ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้ต่อสายตรงไปยังนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จะบอกอะไรกับเราบ้างไปดูกันเลย


“ด้วยมุมมองหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 จะเบาลง เพราะตอนนี้ภาพใหญ่ทั้งสัญญาณของวัคซีนก็จะไล่เรียงเข้ามา รวมทั้งประเด็นเศรษฐกิจก็ค่อยๆฟื้นตัว ซึ่งด้วยความแตกต่างระหว่างการระบาดรอบนี้ กับครั้งก่อน ส่วนตัวมองว่ามีความต่างกันหลายๆแง่มุม อย่าง STA ก็ยังไม่น่าสนใจอะไรขนาดนั้น”นายวิจิตร กล่าว


พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ต้องบอกว่าเป็นรายตัว อย่าง STA ต้องยอมรับว่า sentiment อย่างล่าสุดหากโมเมนตัมของ COVID-19 มาเรื่อยๆ สัญญานคนจะกล้าเล่นศรีตรังฯ มันน้อยลง เพราะว่าทิศทางด้วยราคาของถุงมือในรอบถัดไปมันจะดรอปลงอย่างเช่นทุกคนรู้ดีว่ากำไรของปี 64 จะสูง เพราะยังเป็นโมเมนตัมที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 แต่ท้ายที่สุดปี 65 มีโอกาสต่ำลง ดังนั้นด้วยภาพแบบนี้ตลาดก็คงจะยอมรับการเทรดที่ต่ำลง บวกกับ sentiment เช้านี้ที่ไปดูกลุ่มถุงมือยางทั่วโลก อย่างเช่นมาเลเซีย ปรับตัวลงค่อนข้างแรง ก็อาจจะกด sentiment เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามถุงมือมาเลเซียอนุญาติให้กลับมาชอร์ตเซล ก็กลายเป็นว่าโดนโมเมนตัมภาพใหญ่กระแทกเข้าไปอีก


ขณะที่ TQM สัญญาณการทำประกัน COVID-19 รอบนี้ แม้ที่จริงมีโอกาสเล่นตัวขึ้น แต่ด้วยราคาที่อยู่ในโซนที่ไม่ได้ปรับฐานมากเท่าไหร่ และอยู่ในโซนบน โดยภาพก็อยู่ในช่วงแค่เก็งกำไรเท่านั้น ดังนั้นภาพตลาดตอนนี้เกมหุ้นค่อนข้างเปลี่ยน ตลาดอยากเล่นกับโมเมนตัมเศรษฐกิจที่ฟื้นมากกว่า รวมทั้งนักลงทุนไปหาเล่นหุ้นโซนล่างที่มีพัฒนาการบวกขึ้นมากกว่าหุ้นที่ outperform มาอยู่แล้ว หรือ outperform ต่อไปอีก จึงมองว่า COVID-19 รอบสองไม่ได้เอื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์เหมือนกับรอบแรก


ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กลุ่มสื่อสาร จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID -19 ในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อในอัตราเร่ง ADVANC / DTAC / TRUE เป็นหุ้น Defensive คาดว่าจะเป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมถึงเริ่มมีหลายหน่วยงานให้ Work From Home คาดจะได้รับผลบวก


รวมทั้ง กลุ่มอาหารคาดได้รับ Sentiment เชิงบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID -19 ในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้นและกระจายพื้นที่อาจรวมถึงมีการออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้อาจมีการกักตุนอาหารเกิดขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อ TU / XO / MAKRO / BJC เป็นต้น


ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ ผู้ขายสินค้าไอทีสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID -19 ในประเทศที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายหน่วยงานเริ่มกลับมา Work From Home คาดว่าส่งผลบวกต่อ COM7 / SYNEX / DELTA / HANA


ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กลุ่มที่ได้ผลลบจาก COVID -19 ได้แก่ กลุ่มอาหาร(TU, CPF), กลุ่มค้าปลีกห้างสรรพสินค้า(DOHOME, CPALL, BJC, M) กลุ่มค้าปลีก-ร้านอาหาร(ZEN, AU, M, DOHOME, BJC, CRC, CPN, ILM, CPALL, HMPRO), กลุ่มโรงหนัง(MAJOR), ท่องเที่ยว(MINT, ERW, CENTEL, AAV, BA, AOT), ขนส่ง(BEM, BTS), ธนาคาร


ขณะที่กลุ่มที่ได้ผลบวกหรือไม่กระทบจาก COVID -19 คือ ชิ้นส่วนฯ (KCE, HANA), ถุงมือ (STGT, STA, NER), บรรจุภัณฑ์ (SCGP, EPG), กลุ่ม ICT (ADVANC, INTUCH) และปิโตรเคมีขั้นกลาง-ปลาย และกลุ่มอาหารเครื่องดื่ม อย่าง (XO, ICHI)

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”