Official Update :

ทำไม SCC-IRPC จึงได้ประโยชน์ เมื่อสหรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ล้านล้านเหรียญ

เมื่อสหรัฐเริ่มกระตุ้นเตรียมใส่เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามนโยบายที่โจ ไบเดนเคยหาเสียงเอาไว้ หุ้นของไทยจริงได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกันจะช่วยให้ราคาขายและส่วนต่างราคาต่างๆดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อกำไร


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า การขึ้นมาของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนพร้อมกันการเปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็น 1). จำนวน 6.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างถนน ท่าเรือ สนามบินและรถยนต์ไฟฟ้า 2. มูลค่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐเพื่อดูแลคนชราและคนพิการ


ส่วนที่ 3 จะใช้เงิน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำ ธุรกิจบอร์ดแบนด์ และสมาร์ทกริดไฟฟ้า และวงเงิน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ จะสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกและยกระดับโรงเรียน ขณะที่ส่วนสุดท้าย5.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้ ทำวิจัยและฝึกอบรม


อย่างไรก็ตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่นี้ต้องใช้เงินมหาศาลดังนั้นจะต้องแลกมาด้วยการที่นายโจ ไบเดนจะต้องขอปรับภาษีขึ้นจาก 21% เป็น 28% แต่อย่างไรก็ตามการที่เศรษฐกิจมีการเติบโตจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯไม่มากนัก ทั้งนี้คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเสียก่อน


สำหรับวงเงินที่ใช้ในการปรังปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯนั้น คาดว่าจะส่งผลให้มีการใช้ท่อพลาสติกประเภทคอนกรีต และท่อน้ำพลาสติกจากผลิตภัณฑ์ HDPE กันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระยะหลังจะเน้นการใช้ท่อพลาสติกประเภท HDPE กันมากขึ้น


ทั้งนี้จะปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภท HDPE ให้มีความต้องการใช้มากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจปิโตรเคมีประเภทโอเลฟินส์อย่าง SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) และ IRPC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) อีกทั้งล่าสุดราคา HDPE ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี จากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังกลับมาฟื้นตัว


โดยมุมมองในส่วนของปัจจัยพื้นฐานรายตัวนั้นทางบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า IRPC มีศักยภาพเป็นหุ้น Value play และมีโอกาสโดดเด่นกว่ากลุ่ม เมื่อตลาดหมุนเวียนกลับเข้าสู่กลุ่มพลังงาน ราคาหุ้นซื้อขายที่ P / B ปี 64 ที่ 1เท่า โดยราคา IRPC ขึ้นช้ากว่าคู่แข่ง ขณะที่แนวโน้มเชิงบวกเกี่ยวกับอุปสงค์ที่ยืดหยุ่นและอุปทานที่ตึงตัวสำหรับ PP และ ABS ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและต่อเนื่องในไตรมาส 2/64 เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงในภูมิภาค การฟื้นตัวของค่าการกลั่นคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป


อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 1/64 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงเนื่องจาก IRPC จะได้รับผลกำไรจากสต็อก (ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 15 เหรียญสหรัฐ / บาร์เรล) ในขณะที่สเปรดเคมีที่แข็งแกร่งน่าจะหนุน GIM ขึ้นเป็น 12-13 เหรียญสหรัฐ /บาร์เรล คงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงที่ 4.50 บาท (P / B ปี 64 ที่ 1.2 เท่า ค่าเฉลี่ยในอดีต)


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองต่อหุ้น SCC ว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/64ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หนุนจากธุรกิจปูนซีเมนต์ – วัสดุก่อสร้างฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล, โรงงานปิโตรเคมีกลับมาผลิตตามปกติหลังผ่านปิดซ่อมบำรุงใหญ่


ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิต (Spread) ปิโตรเคมีสูงขึ้น สามารถกำไรสินค้าคงคลัง ไม่มีค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนในไตรมาส4/63  และได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (ทุก 1 บาทต่อดอลลาร์มีผลต่อกำไร 1.5 พันล้านบาทต่อปี)  


ทั้งนี้จากการขยายกำลังผลิตปิโตรเคมีจาก 5 ล้านตัน เป็น 8.3 ล้านตัน (MOC debottleneck 3.5 แสนตันช่วงกลางปี 2564 และ Longson 2.95 ล้านตันช่วงกลางปี 2566) 2.การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ตามกระแส E-commerce และการ M&A 3.การขยายสู่การค้าปลีก – โซลูชั่นของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 4. ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการ Refinance หุ้นกู้ครบกำหนด (เตรียมออกหุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 2.65% ทดแทนหุ้นกู้ครบกำหนด 2.5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 3.25%) คงราคาเหมาะสม 440.00 บาท และคำแนะนำ “ซื้อ” จากความน่าสนใจ ราคาหุ้นยัง Laggard



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่