Official Update :

จับตา SET วันนี้จะออกหน้าไหน เทรดอย่างไรเมื่อ COVID-19 มารอบ3

ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ (7 เม..64) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดที่ 1,566.11 จุด ลดลง -13.55 จุด หรือ -0.86% และในบางช่วงของการซื้อขายดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงไปที่ระดับ 20จุด และจากนั้นสามารถดีดตัวเหนือขึ้นมาในระดับแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,560 จุด และพยุงตัวยืนเหนือแนวรับสำคัญมาได้ตลอด ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยครึ่งเช้าปิดตลาดที่ระดับ 1,565.10 จุด ลดลง 14.56จุด หรือลดลง 0.92% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 56,658 ล้านบาท


โดยนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในรอบนี้เมื่อต้องเจอกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ในรูปแบบคลัสเตอร์ของสถานบันเทิงที่ทองหล่อ รอบนี้จะไม่รุนแรงเหมือนกับในครั้งที่มียอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นแบบรวดเร็วเหมือนครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ที่ส่งผลกระทบให้ดัชนีลดลงมากว่า 100 จุด


แต่อย่างไรก็ตามการระบาดในรอบนี้คาดว่าดัชนีอาจจะลงมาที่ระดับ 1,550 จุด ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะที่ควรทยอยเข้าซื้อ เพราะมองว่าการระบาดในรอบนี้จะเป็นช่วงระยะสั้นที่สามารถควบคุมได้ และจากนั้นในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น ดังนั้นจึงมองว่าโอกาสนี้เป็นช่วงที่ควรจะทยอยเข้าสะสม


สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แบ่งเป็น 2 กลยุทธ์ โดยกลยุทธ์การลงทุนที่ 1 แนะนำหุ้นที่สามารถ Outperform ตลาดได้ในช่วงที่เกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด19 เช่น STGT และ STA ประกอบกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่นหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีกด้านไอที COM7 ส่วนกลยุทธ์การลงทุนที่ 2 กลุ่มที่ควรจะเข้าไปทยอยสะสมคือกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส1/64 จะออกมาในทิศทางที่ดี


ขณะเดียวกันจะต้องจับตาดูการกระจายการฉีดวัคซีนโควิด19 ซึ่งหากมีการฉีดในรูปแบบเดิมต่อเนื่องตามแผนก็จะยิ่งช่วยทำให้สถานการณ์ต่างๆคลี่คลายโดยเร็ว และมีโอกาสที่จะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับไปเล่นในกรอบที่จะทะลุแนวต้าน 1,600 จุด ได้อีกครั้ง


ด้านนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน - กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด ให้เหตุผลว่า กรอบแนวรับแรกของดัชนีตลาดหุ้นไทยจะอยู่ 1,567-1,550 จุด ในเคสที่มีการติดเชื้อจากคลัสเตอร์ของสถานบันเทิงแถวทองหล่อที่กระจายตัวไม่มาก และมีการประกาศ Red Zone ไม่เกิน 7 จังหวัดทั่วประเทศ


แต่อย่างไรก็ตามหากมีการประกาศพื้นที่สีแดงหรือพื้นที่สีแดงเฝ้าระวังมากขึ้น รวมถึงอาจจะมีการประกาศล็อคดาวน์บางส่วน ที่ส่งผลกระทบต่อจังหวัดและภาคการท่องเที่ยว ก็อาจจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,540 จุด


ทั้งนี้ในภาพการลงทุนระยะสั้นจะต้องเลือกหุ้นที่ Outperform ตลาดในช่วงของการเกิดการระบาด เหมือนในช่วงรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ได้แก่กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น HANA และกลุ่มเครื่องดื่มอย่าง ICHI SAPPE กลุ่มปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน เช่น HMPRO กลุ่มที่ปันผลสูงอย่าง KKP SPALI กลุ่มไฟแนนช์ SAWAD 

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่