Official Update :

แกะ YGG เจ้าของเกมหลอน“Home sweet home” กับราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 500 % ใน 1 ปี !!

ปัญหาหนึ่งของตลาดหุ้นไทย คือ บริษัทส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมดั่งเดิม ที่ไม่ดึงดูดการลงทุนมากนัก ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ธนาคาร สื่อสาร หรือ รับเหมาก่อสร้าง ทำให้หุ้นไทย เหมือนกับว่าขาดเสน่ห์ ไม่น่าลงทุน ทำให้หลายหน่วยงานต่างผลักดันเพื่อชักจูงให้บริษัทที่เป็นธุรกิจใหม่ๆเข้าจดทะเบียนกันมากขึ้น และหนึ่งในบริษัทน้องใหม่ที่ IPO เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา อย่าง บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ YGG เข้ามา IPO เป็นรายแรกๆ


ด้วยความแปลกใหม่ของธุรกิจ YGG ที่ทำงานด้านเอฟเฟค และคอมพิวเตอร์กราฟิกกับภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติทำให้ผู้คนไม่เข้าใจธุรกิจของเขาในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานราคาหุ้นกลับพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว จนเมื่อครบ 1 ปีย้อนหลัง ราคาหุ้นของ YGG ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 500% อะไรที่ทำให้ YGG โดดเด่น และการกระโดดเข้ามาในอุตสาหกรรมเกม จะช่วยสร้างการเติบโตแค่ไหน วันนี้เราจะมาหาคำตอบ !!



YGG กับราคาที่พุ่งเกือบ 5 เท่า

YGG เป็นหุ้นหนึ่งที่เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ mai ในช่วงต้นปี 2563 ในเวลานั้นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งบริษัทเข้า IPO ด้วยราคา 5.00 บาทต่อหุ้น ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่มากนักเพียง 5.35 บาทต่อหุ้น หรือบวกประมาณ 7% ก่อนที่จะเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 จนทำให้ราคาหุ้นหลุดจองไปในที่สุด อย่างไรก็ตามใน 1 ปีที่ผ่านมา YGG ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยมาอยู่ที่ 24.30 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 498.52% หรือกว่า 5 เท่าตัว


YGG ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้นอีก เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างกลุ่ม BTS กำเงินก้อนโตเข้ามาซื้อหุ้น Biglot จำนวน 16,638,000 หุ้น หรือคิดเป็น 9.24% ขึ้นมาถือหุ้น อันดับที่ 3 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า YGG อาจมีอะไรที่มากกว่าหลายคนเห็น


สิ่งหนึ่งที่ทำให้ YGG เป็นบริษัทที่มีการเติบโตได้โดดเด่น เพราะพวกเขาเป็นผู้ให้บริการด้านการสร้างงงานคอมพิวเตอร์กราฟิก ให้กับค่ายภาพยนตร์ระดับโลกหลายราย รวมถึงแพลตฟอร์มคอนเทนต์ออนไลน์อย่าง Netflix และเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทได้ออกเกมภาคใหม่ ที่ถือว่าเป็น S curve ใหม่ของบริษัท


อย่าง โปรเจคเกม “บ้านแสนสุขสุดหลอกหลอน อย่าง  Home Sweet Home Survive ที่ได้ชื่อว่า เป็นเกมที่ คนเล่นกลัว คนดูหัวเราะ ซึ่ง HSH เป็นซีรี่ย์เกม ที่ถูกจับตาอย่างมาก จนในช่วงที่เปิดตัวนั้น Home Sweet Home Survive  มียอดการดาว์นโหลด สูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ผ่านแพลตฟอร์มจำหน่าย อย่าง STEAM และติด 100 อันดับแรกของเกมที่ขายดีที่สุดในโลกได้ด้วย


โดยทางทีมผู้สร้าง YGG นั้น คาดหวังให้ HSH เป็นเกมที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และทุกแพลตฟอร์ม ตั้งเป้าหมายให้มีผู้เล่นในเกมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนต่อวัน  โดยพวกเขามองว่า จะสร้างรายได้จาก บ้านแสนสุข จากการเติมเงินของเหล่าผู้เล่นเกม และไอเทมที่จะช่วยให้ผู้เล่นนั้นมีความสามารถมากขึ้น รวมถึงการขายพื้นที่โฆษณาภายในเกม ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ เข้ามาใช้พื้นที่ได้ด้วย 



Home sweet home: Survive
  คือ จุดเปลี่ยน !!    

บล.ทิสโก้ มองว่า YGG เป็น Production house ชั้นนำของประเทศที่พร้อมจะเติบโต YGG เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการจัดทำและตกแต่งงานทางด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกชั้นนำของประเทศไทย มีประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีรายได้จากการให้บริการกับลูกค้าต่างประเทศราว 70% และในประเทศ 30% โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

1)งานโฆษณาและภาพยนตร์ (VFX) 46% ของรายได้รวม

2)งานภาพยนตร์แอนิเมชั่น (Animation) 46% ของรายได้รวม

3)งานผลิตและรับจ้างผลิตเกม (Game) 8% ของรายได้รวม


ผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ร่วมผลิตภาพยนตร์ Ne Zha ซึ่งเป็น Animation ที่สร้างรายได้สูงสุดของประเทศจีนในปี 2019 และพัฒนาเกม Home sweet home ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก



ตั้งเป้ารายได้เติบโต
15-20% ต่อปีตามอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โฆษณาและ OTT

YGG ได้มีการขยายทีมงานจาก 56 คน ในปี 2016 เป็นราว 200 คน ในปี 2019 เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โฆษณาและเกม โดยการเติบโตของ OTT platform ได้สร้างอุปสงค์และคุณภาพของ Content ให้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีความสามารถได้เปรียบคู่แข่งในตลาดต่างประเทศในแง่ของราคา


โดยรายได้จากธุรกิจ VFX จะเป็นงานระยะสั้น 1-3 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ในขณะที่ Animation และ เกม จะเป็นงานระยะยาวตั้งแต่ 6-18 เดือน เป็นหัวหอกในการสร้างการเติบโต  



Home sweet home: Survive เป็นโอกาสในการเติบโตแบบก้าวกระโดด

หลักจากพัฒนาเกม Home sweet home 1 & 2 ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้เล่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา YGG ได้มีการเปิดตัวเกม Home sweet home survive ซึ่งได้เริ่มช่วง Closed Beta เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


โดยผู้บริหารตั้งเป้าจำนวนผู้เล่นราว 100,000 คน/วัน ในช่วง Open Beta เบื้องต้นจะให้บริการบน PC เท่านั้นก่อนจะขยายไปยัง PlayStation, Xbox และ Smartphone ในระยะถัดไปภายในปีนี้ โดยรูปแบบเกมจะเป็นแบบ Free-to-Play และสร้างรายได้จาก Pay-to-be-cool, Sponsorship, Product Tie-In และ E-sport Tournament ในขณะที่ ARPU ของผู้เล่นเกมในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 900 บาท



แนวโน้มผลประกอบการเติบโตดี

ปัจจุบัน Bloomberg Consensus แนะนำ ซื้อ/ถือ/ขาย จำนวน 1/0/0 โดยมีราคาเป้าหมายที่ 27.50 บาท ราคาปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ปี 2020-21 ที่ราว 69 และ 44 เท่าตามลำดับ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัท เนื่องจากอยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตชัดเจน โดยตลาดเกมในประเทศที่มีมูลค่า 2.5-2.7 หมื่นล้านบาทมีการการเติบโตสูงกว่า 13-15% ต่อปี


ขณะที่ตลาดเกมของโลกมีมูลค่าสูงกว่า 178 พันล้านเหรียญฯ โดยความน่าสนใจคือการก้าวมาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Own IP/Co-IP Production และต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ต่างๆและการสร้างเกมไทยให้เป็นที่รู้จักและสร้างรายได้ในตลาดต่างประเทศ



ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com