Official Update :

เมื่อ "ทางยกระดับดอนเมือง (DMT)" กำลังจะเข้าตลาดหุ้นเร็วๆนี้

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับนักลงทุนกับความคืบหน้าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ของ DMT หรือ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโครงการสัมปทานทางยกระดับอุตราภิมุขช่วงดินแดง-อนุสรณ์สถานฯ ที่ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เรียบร้อยแล้ว พร้อมชูจุดเด่นหลัง IPO เป็นบริษัทปลอดหนี้ มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง


โดยนายวรวัสส์ วัสสานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบัน สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหุ้น IPO และไฟลิ่งของ DMT เรียบร้อยแล้ว โดย DMT จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระคืนหนี้สิน และใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการดำเนินงาน


การระดมทุนครั้งนี้คาดว่า DMT จะได้เงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีโครงการในอนาคตชัดเจนเพราะต้องรอโครงการจากภาครัฐ จึงเป็นการระดมทุนเพื่อชำระคืนหนี้ ดังนั้นเมื่อชำระคืนหนี้ทั้งหมดจะทำให้ DMT กลายเป็นบริษัทปลอดหนี้ ภาระทางการเงินต่ำ ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีความพร้อมที่จะเข้าประมูลงานใหม่ในอนาคต นายวรวัสส์กล่าว


ทั้งนี้ DMT มีทุนจดทะเบียนจำนวน 6,142.4 ล้านบาท แบ่งเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 5,414.4 ล้านบาท และมีจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วก่อนการเสนอขาย IPO ทั้งหมด 1,041.2 ล้านหุ้น โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 11.85 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นในครั้งนี้



โอกาสเข้าประมูลโครงการใหม่

นายธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้สัมปทานของโครงการยกระดับดอนเมืองจะหมดในวันที่ 11 .. 2577 แต่บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจและได้รับการคัดเลือกจากกรมทางหลวงให้บริหารโครงการทางยกระดับดอนเมืองต่อไป นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่กรมทางหลวงจะยึดนโยบายให้เอกชนร่วมลงทุนในการบริการโครงการเช่นเดิม เพราะเป็นวิธีที่ลดภาระงบประมาณแผ่นดินและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐและผู้ใช้ทาง


โดยโครงการที่คาดว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี (2560-2579) ของกรมทางหลวง ได้แก่


1.โครงการบางขุนเทียน-บางบัวทอง (M9) ระยะทาง 38 กม. มูลค่าโครงการ 64,848 ล้านบาท คาดเปิดคัดเลือกเอกชนปี 2564-2565

2.โครงการนครปฐม-ชะอำ (M8) ระยะทาง 119 กม. มูลค่าโครงการ 79,006 ล้านบาท คาดเปิดคัดเลือกเอกชนปี 2564

3.โครงการทางพิเศษกระทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 44 กม. มูลค่าโครงการ 14,177 ล้านบาท คาดเปิดคัดเลือกเอกชนปี 2564

4.โครงการบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ระยะทาง 25 กม. มูลค่าโครงการ 48,310 ล้านบาท คาดเปิดคัดเลือกเอกชนปี 2564

และ 5. โครงการรังสิต-บางปะอิน (M5) ระยะทาง 18 กม. มูลค่าโครงการ 39,956 ล้านบาท คาดเปิดคัดเลือกเอกชนปี 2564 เป็นต้น


นอกจากนี้ยังรวมถึงแผนขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่ธุรกิจหรือโครงการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทางด่วนและทางพิเศษ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเข้ารับสัมปทาน เช่น โครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในจุดพักริมทางหลวงและทางหลวงสัมปทาน (Rest Area) เป็นต้น



ปี
2566-2567 รายได้กลับสู่ภาวะปกติ

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจและการเงิน DMT กล่าวเสริมว่า บริษัทมีเป้าหมายผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนและคุ้มค่า แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การเดินทางสัญจรลดลงจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดและทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชะลอตัวลง ทำให้ปี 2563 มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยต่อวันของทางยกระดับดอนเมืองช่วงดินแดง–ดอนเมือง อยู่ที่ 58,140 คันต่อวัน ลดลงจากปี 2562 ที่มีจำนวน 92,914 คันต่อวัน และช่วงดอนเมือง–อนุสรณ์สถานแห่งชาติ อยู่ที่ 37,143 คันต่อวัน จากเดิมปี 2562 ที่มีจำนวน 54,376 คันต่อวัน ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้ผลประกอบการปี 2563 บริษัทมีรายได้จากการค่าผ่านทางรวม 2,047 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 791 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปี 2563 ปริมาณการจราจรเฉลี่ยต่อวันถือเป็นจุดต่ำสุด และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปีนี้ ส่วนรายได้คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้ในปี 2566-2567



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้