‘DITTO’ โอกาสลงทุนหุ้นไทย รับเมกะเทรนด์ Work from anywhere

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในเมกะเทรนด์มาแรงแห่งยุคคงไม่พ้นเรื่องของออนไลน์หรือดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทในแทบทุกมิติ จนทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับเทรนด์เหล่านี้กลายเป็นตัวเลือกที่นักลงทุนสนใจ โดยเมื่อพูดถึงการลงทุนธีมดิจิทัลแล้ว หลายคนคงนึกถึงการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนต่างประเทศ ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวและยากที่จะเข้าไปลงทุน

 

แต่รู้หรือไม่ว่า เร็ว ๆ นี้กำลังจะมีบริษัทสัญชาติไทยที่ทำธุรกิจด้านดิจิทัล เตรียมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับนักลงทุนไทย นั่นคือ บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) (DITTO)

 

จุดเริ่มต้นของ DITTO เกิดขึ้นในปี 2544 จากธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล (Document & Data Management Solution) ในปัจจุบัน

 

เรียกง่าย ๆ ว่า DITTO จะทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยด้านการบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ตั้งแต่การแปลงข้อมูลในเอกสารกระดาษ ออกแบบโปรแกรม นำเข้าระบบ จนกลายเป็นไฟล์ดิจิทัล (Document Digitization) ที่ง่ายต่อการจัดเก็บ ค้นหา และสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างสะดวกสบาย และยังเป็นผู้ให้บริการจัดหาทั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านซอฟต์แวร์และการแปลงเอกสารเข้าสู่ระบบ

 

นอกจากนี้ DITTO ยังมีอีก 2 กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ 1. ให้บริการและรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีแก่โครงการของหน่วยงานราชการ เช่น ระบบท้องฟ้าจำลองและพิพิธภัณฑ์ ระบบโทรมาตร หรือ SCADA ระบบเทคโนโลยีภายในอาคาร และให้บริการระบบควบคุมระบบจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง หรือ RDF (Refuse Derived Fuel) และ 2. บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์อย่างครบวงจร รวมไปถึงสินค้าเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ระบบไดร์ฟทรู และระบบขายสินค้าหน้าร้าน (POS)

ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ ประกอบกับบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ ทำให้ DITTO ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้านเอกสารได้อย่างมีคุณภาพและครบวงจร จึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่ใช้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลสู่ดิจิทัล รวมถึงมีโอกาสเติบโตไปกับเทรนด์การทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ที่เริ่มเห็นแนวโน้มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

 
ในส่วนผลการดำเนินงานของ DITTO จะเห็นว่าในปี 2561 - 2563 มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไปพร้อมกับกระแสลดการใช้งานกระดาษ (Paperless) โดยคาดว่า DITTO จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มตลาดการจัดการข้อมูลดิจิทัล ซึ่งฟอร์ส แอนด์ ซัลลิวัน คาดการณ์ว่า ตลาดดังกล่าวจะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 75% ต่อปี ในช่วงปี 2563 – 2568

 

สำหรับการเข้า IPO ครั้งนี้ บริษัทฯ จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 80,000,000 หุ้น คิดเป็น 18.18% ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนกระจายศูนย์การให้บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ DITTO สามารถตอบโจทย์งานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการพัฒนาระบบในแต่ละพื้นที่ และยังทำให้เกิดการกระจายทีมงาน ที่จะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการจากส่วนกลางโดยการจ้างงานบุคลากรในพื้นที่อีกด้วย

 

นอกจากนี้ DITTO จะใช้เงินบางส่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสาร เพื่อให้บริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงจากที่ใดก็ได้ผ่านระบบคลาวด์ โดยไม่ต้องลงทุนในโปรแกรมซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ

 

ในอนาคตที่นับวันกิจกรรมต่าง ๆ จะ Go Digital มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการข้อมูลอย่าง DITTO เป็นอีกหนึ่งธุรกิจน่าจับตามองที่มีศักยภาพเติบโตไปกับเมกะเทรนด์ดิจิทัลและการ Work from anywhere อย่างแท้จริง

 

โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=318601

 

References

- ร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มของ บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) ซึ่งได้ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th

- www.salika.co/2019/04/15/what-is-cloud-computing