BPP สยายปีกสู่อเมริกา เดินหน้าลุยโรงไฟฟ้าก๊าซ

BPP หรือ “บ้านปูเพาเวอร์” กำลังใกล้ที่จะปิดดีลฮุบโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่สหรัฐฯเพิ่มเติมอีก คาดว่าจะประกาศความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 3/64


ดร.กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการซื้อกิจการ (M&A) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในประเทศสหรัฐฯนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อหาโอกาสการลงทุน ประมาณ 1,000-1,600 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นการลงทุนร่วมกับพันธมิตร เบื้องต้นคาดว่าบริษัทจะมีสัดส่วนการลงทุน 25-30%ของโครงการทั้งหมด และคาดจะประกาศความชัดเจนในช่วงกลางปีนี้ หรือต้นไตรมาส 3/64


ทั้งนี้บริษัทประสบความสำเร็จในการลงทุนในโรงไฟฟ้านาโกโซ (Nakoso IGCC) ณ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านปู เพาเวอร์สามารถขยายกำลังผลิตไฟฟ้าในญี่ปุ่นให้เติบโตขึ้นถึง 128 เมกะวัตต์ในระยะเวลา 1 ปี โดยมาจากการ COD โรงไฟฟ้า 2 แห่งเมื่อปลายปี 2563 พร้อมเตรียมเดินหน้า COD โครงการโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่งตามแผนในปี 2564


สำหรับ การลงทุนในโรงไฟฟ้า Nakoso IGCC โรงไฟฟ้านาโกโซ (Nakoso IGCC) ณ จังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 543 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการแปลงสถานะถ่านหินให้กลายเป็นก๊าซเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Integrated Gasification Combined Cycle: IGCC) โดยเป็นการร่วมทุนในบริษัท Nakoso IGCC Management Co., Ltd. (NIMCO) ระหว่างบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น เพาเวอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท


โดยบ้านปู เพาเวอร์ถือหุ้นใน NIMCO ที่สัดส่วนร้อยละ 33.5 โดย NIMCO ถือหุ้นร้อยละ 40 ในโรงไฟฟ้า Nakoso IGCC ส่งผลให้บ้านปู เพาเวอร์มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ร้อยละ 13.4 ในโรงไฟฟ้า Nakoso IGCC และมีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุน 73 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2564 เป็นต้นไป เบื้องต้นคาดจะสร้างกำไรให้กับบริษัทประมาณ 220-250 ล้านบาทต่อปี


นอกจากนี้เตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าในปี 2564 ตามแผน อีก 2 แห่ง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เคนเซนนุมะ (Kesennuma) กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ และชิราคาวะ (Shirakawa) กำลังผลิต 10 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 2,929 เมกะวัต ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ รวมถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟแล้ว 2,823 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อนสร้างอีก 106 เมกะวัตต์


บริษัทยังคงเป้าหมายขยายกำลังผลิตให้ได้มากกว่า 5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 โดยปี 2564 ยังคงงบลงทุนระดับ 200-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าที่คาดว่าปีนี้อาจปิดดีลได้หลายดี โดยอยู่ระหว่างศึกษาทั้ง ประเทศญี่ปุ่นมองยังมีโอกาสขยายได้อีก ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะมีการลงทุนกับพันธมิตร ส่วนโครงการโซลาร์ฯจะลงทุนในรูปแบบ M&A ขณะที่ประเทศจีนจะเน้นพลังงานสะอาด ตามนโยบายของภาครัฐที่ประกาศออกมา ส่วนเวียดนามตามแผนพลังงานฉบับ 7 ของประเทศดังกล่าว บริษัทจะเน้นพลังงานลม แต่ต้องรอดูแผนพลังงานฉบับ 8 ควบคู่ไปด้วย ที่จะประกาศออกมาช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่จะถึงนี้

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”