มนต์รักสิบล้อ! กับ 2 หุ้นสินเชื่อรถบรรทุก

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมขนส่ง และก่อสร้าง ทำให้ความต้องการรถบรรทุกเติบโตในทิศทางที่ดี ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นกล่มสินเชื่อรถบบรรทุกอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นครั้งนี้ทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้มีเรื่องราวดีๆ ของหุ้นกลุ่มนี้มาฝากนักลงทุนอีกเช่นเคย


สำหรับ 2 หุ้นสินเชื่อรถบรรทุกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาโดยตลอด เริ่มจาก MICRO หรือ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนต.ค.63 ที่ผ่านมา  เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน


และ ASK หรือ บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทุกประเภทและสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ สินเชื่อแก่ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ และบริการจด/โอนทะเบียนและต่อภาษีรถยนต์ บริษัทย่อยบริษัทแรกดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซึ้อเครื่องจักรและยานพาหนะ สินเชื่อแฟคตอริ่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และบริการจด/โอนทะเบียนและต่อภาษีเครื่องจักรและยานพาหนะ บริษัทย่อยแห่งที่สองดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย



คุยกับผู้บริหาร
MICRO

ทีมข่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยัง  นายกานต์ดนัย ชลสุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการด้านบัญชีและการเงิน บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ซึ่งบอกกับเราว่า หากดูยอดสินเชื่อรถมือสองในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2564 ยังเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมองว่าภาพรวมสินเชื่อรถบบรรทุกมือสองยังไปต่อได้อีก เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง รวมทั้งสินเชื่อรถบบรรทุกมือหนึ่งก็เริ่มกลับมาแล้ว หลังในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และมีราคาที่สูง โดยรถสิบล้อมือสองในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 นั้นถือว่าไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีต้นทนที่ถูกค้า เนื่องจาก บางงานไม่จำเป็นต้องใช้รถมือหนึ่งก็ได้ ทำให้รถมือสองค่อนข้างโตขึ้น


สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 คาดยังเห็นทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่เข้ามา อย่างไรก็ตามปกติแล้วจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของบริษัท เพราะบางอุตสาหกรรมทั้งก่อสร้าง และภาคการเกษตรจะติดฤดูฝนจึงไม่นิยมออกรถในช่วงนี้ โดยรถดินไม่นิยมวิ่งฤดูดังกล่าว และยอดปล่อยสินเชื่อในช่วงเดือนเม.ย. 64 โควิด–19 รอบ 3 กดดันให้ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่หดตัวลงไปบ้าง เนื่องจากมีวันหยุดอยู่จำนวนมาก  แต่อย่างไรก็ตามช่วงไตรมาส 3-4 จะเป็นช่วงที่ดีของบริษัท จะเป็นช่วงที่มีการเริ่มซื้อรถเตรียมวิ่งงานช่วงปลายปีและต้นปี


นอกจากนี้บริษัทยังมีเงินทุนจากไอพีโอกว่า 600 ล้านบาท ทำให้บริษัทกล้าที่จะหาลูกค้าเพิ่ม เริ่มมีการเจาะกลุ่มมากขึ้น โดยปัจจันมีอยู่ 14 สาขา ซึ่งภายในปี 64 บริษัทวางเป้าหมายจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 16 แห่ง และ คาดว่าภายในปี 65 จะขยายครบ 20 สาขา ตามแผนที่วางไว้ ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 2,000-2,500 ล้านบาท



วิเคราะห์
ASK และ MICRO

ทางด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรมแข็งแกร่งต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2564 ทั้ง ASK และ MICRO คาดการณ์แนวโน้มเชิงบวกของทั้งอุปสงค์รถบรรทุกใหม่และมือสองในปี 2564 จากอุตสาหกรรมหลักที่ค่อย ๆ เริ่มฟื้นตัวขึ้นซึ่งรวมทั้งกลุ่มขนส่งและก่อสร้าง นอกจากนี้ทั้ง 2 บริษัทยังได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ระลอกสามค่อนข้างจำกัด เพราะออกโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือตั้งแต่ปีที่แล้ว


ขณะที่ประเด็นการแข่งขันในตลาด ทั้ง 2 บริษัทเชื่อว่าการแข่งขันด้านราคาของกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลักประกันจะรุนแรงมากกว่าของกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ โดยคาดว่าทั้ง ASK และ MICRO จะบรรลุเป้าอัตราเติบโตของสินเชื่อที่ตั้งไว้ในระดับสูงถึง 24% และ 44% มาอยู่ที่ 5.42 หมื่นล้านบาท และ 3.6 พันล้านบาท ตามลำดับ


สำหรับ ประเด็นสำคัญที่ได้รับกลับมาจากผู้บริหารของ ASK บริษัทรายงานว่าเป้าการปล่อยสินเชื่อรอบใหม่ช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ยังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้เพราะปริมาณสินเชื่อใหม่ในเดือน เม.ย. และ พ.ค. เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขด้งกล่าวสูงกว่าของทั้งไตรมาส 1/2564 ที่อยู่ที่ 7.0 พันล้านบาท (เฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.3 พันล้านบาท/เดือน)


ASK มองว่าปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ปริมาณสินเชื่อใหม่อยู่ในระดับสูงมาจากอุปสงค์รถบรรทุกที่เติบโตต่อเนื่องจากในไตรมาส 1/2564 บริษัทเชื่อว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2564 จะไม่อยู่ในระดับต่ำกว่าในไตรมาส 1/2564 และคาดว่าจะขยายตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ซึ่งสอดคล้องกับที่เราคาดไว้  ASK คาดว่าจะเปิดตัวสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับสินเชื่อทะเบียนรถเป็นหลักประกันในปี 2565 ซึ่งมีอัตราตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงกว่าของสินเชื่อรถขององค์กรที่อนุมัติแก่ลูกค้าอยู่ขณะนี้


นอกจากนี้ ASK กล่าวว่าบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนของสินเชื่อรถบรรทุกมือสองเข้ามาในพอร์ตสินเชื่อให้มากขึ้นเพราะเปอร์เซ็นต์ของ IRR ที่สูง และผลขาดทุนไม่สูงมากนัก หนุนจากการบริหารทรัพย์สินของบริษัท ที่มีประสิทธิภาพ โดย ASK มีแรงจูงใจมากขึ้นในการขยายพอร์ตสินเชื่อรถบรรทุกมือสองเพราะ 1) จะช่วยรักษาอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ให้อยู่ในระดับเดิมจากอัตราตอบแทนที่สูงกว่าของสินเชื่อรถบรรทุกใหม่และ 2) ช่วยหักล้างอุปทานรถบรรทุกใหม่ที่ขาดแคลนลงได้ อย่างไรก็ดี ASK เชื่อว่าสัดส่วนระหว่างรถบรรทุกมือสองและรถบรรทุกใหม่จะไม่เปลี่ยนแปลงจากสัดส่วนปัจจุบันที่ 70:30 มากนัก



MICRO ปี 65 พอร์ตโต 2 เท่า

ส่วนประเด็นสำคัญที่ได้รับกลับมาจากผู้บริหารของ MICRO บริษัทเชื่อว่าจะสามารถเติบโตขนาดของพอร์ตขึ้นได้อีก 2 เท่า เป็น 5 พันล้านบาทในปี 2565 เทียบกับประมาณการสินเชื่อของเราที่ 4.6 ล้านบาท ในปี 2565 หนุนจากการขยายสาขาและเพิ่มปริมาณสินเชื่อต่อสาขาเท่านั้น


MICRO เปิดเผยเป้าธุรกิจระยะยาวโดยตั้งเป้าเพิ่มขนาดของพอร์ตธุรกิจขึ้นเป็น 1.0 หมื่นล้านบาท และต้องการเปิดสาขาให้ได้ 40 แห่ง ภายใน 5 ปี โดยจะมุ่งเน้นไปยังการเพิ่มสินเชื่อเช่าซี้อรถบรรทุกมือสองเป็นหลักในปี 2564/65 และจะตามมาด้วยการขยายสินเชื่อกลุ่มทางเลือก เช่น สินเชื่อทะเบียนรถเป็นหลักประกันหลังพอร์ตธุรกิจแตะระดับ 5 พันล้านบาท


นอกจากนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายของพอร์ตธุรกิจระยะยาวที่ตั้งไว้ที่ 1.0 หมื่นล้านบาท MICRO จึงจะหันไปมุ่งเน้นไปยังรถบรรทุกที่มีอายุการใช้งานน้อยลง เช่น 6-15 ปี เทียบกับรถบรรทุกที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นจากปริมาณสินเชื่อต่อรถบรรทุกที่มากกว่าเมื่อเทียบกับของรถบรรทุกที่มีอายุการใช้งานมากกว่า แม้เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนถึงอัตราตอบแทนของรายได้ดอกเบี้ยที่น้อยลง แต่ถูกหักล้างจากอัตราตอบแทนค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นจากบริการประกันที่คาดจะสูงขึ้นตามปริมาณสินเชื่อใหม่


ดังนั้นจึงมีมุมมองบวกต่อทั้ง 2 บริษัทเช่าซี้อรถบรรทุกที่เราวิเคราะห์อยู่ จากภาพรวมอุปสงค์รถบรรทุกที่แข็งแกร่งในปี 2564 เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" ASK ด้วยราคาเป้าหมายที่ 44.7 บาท และ MICRO ด้วยราคาเป้าหมาย 11.0 บาท



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”