Official Update :

จับตา 6 กลุ่มหุ้นติดพิษโควิด หากล็อกดาวน์อีกครั้งจะสาหัสแค่ไหน?

การระบาดรอบสองของ COVID-19 นอกจากจะเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ยังเป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกด้วย เนื่องจากการระบาดครั้งที่ผ่านมาธุรกิจหลายแห่งได้รับผลกระทบทำให้ภาพรวมผลประกอบการออกมาค่อนข้างแย่ ราคาหุ้นก็ตอบรับประเด็นดังกล่าวและปรับตัวลงแรง ดังนั้นการระบาดในครั้งนี้จะกระทบหุ้นอะไรบ้าง Wealthy Thai รวบรวมมาให้ในบทความแล้ว



6 กลุ่มหุ้นได้รับผลกระทบ

โดยคุณมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในกรณีที่เลวร้าย หากเชื้อ COVID-19 มีการแพร่กระจายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ทำให้มีปริมาณผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เพราะตลาดค้าส่งสัตว์น้ำในจังหวัดสมุทรสาครเป็นแหล่งกระจายสินค้าไปยังหลายจังหวัด ซึ่งอาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์เพิ่มอีกหลายพื้นที่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง หุ้นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบและจะ underperform คือ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เพราะมีโอกาสที่จะถูกสั่งปิด เช่น SF, PLAT, CRC, CPN, CPNREIT, MBK, AWC, HMPRO, GLOBAL, DOHOME, ร้านอาหาร ยอดขายลดลงเนื่องจากคาดว่าจะทำได้แต่ delivery อย่างเดียว เช่น AU, ZEN, M, OISHI, SNP, CENTEL, MINT


ธุรกิจที่ใช้แรงงานต่างชาติเยอะ เช่น ธุรกิจบริการและรับเหมาก่อสร้าง โดยมองเป็น sentiment เชิงลบต่อ ผู้รับเหมางานฐานราก โดยเฉพาะ SEAFCO, PYLON มากที่สุด เพราะยังประสบปัญหาแรงงานขาดแคลน ทำให้ปัจจัยดังกล่าวอาจยืดเยื้อถึงครึ่งหลังของปี 64 ขณะที่ผู้รับเหมารายใหญ่ เช่น CK, STEC คาดจะกระทบน้อยกว่าเนื่องจากมีแรงงานเพียงพอและส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทย, เครื่องดื่มชูกำลัง เช่น CBG, OSP คาดปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังจะลดตามชั่วโมงงานที่ลดลง, โรงภาพยนตร์ MAJOR มีโอกาสจะถูกสั่งปิดและคนไม่กล้าเข้าโรงภาพยนตร์ และสุดท้าย ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ทั้ง BEM , BTS คาดปริมาณผู้โดยสารลดลง โดยประเมิน BEM จะได้รับผลกระทบมากสุด จากรายได้ค่าโดยสารและทางด่วนที่ลดลง


นักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย จำกัด ก็มีมุมมองที่คล้ายกัน โดยประเมินหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 รอบสอง ได้แก่ กลุ่มที่มีสายการผลิตโดยตรงในพื้นที่ เช่น TU, CPF, ASIAN, กลุ่มค้าปลีกที่คาดจะได้รับผลกระทบทั้งในเชิง Sentiment และผลกระทบจากธุรกิจในพื้นที่ระบาด เช่น CPN, ร้านอาหาร เช่น ZEN, M, โรงพยาบาล เช่น EKH, รับเหมาก่อสร้าง เช่น CK, STEC, SEAFCO, PYLON, กลุ่มค้าปลีก เช่น CRC, GLOBAL, DOHOME, HMPRO, BJC และขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น BEM, BTS, BTSGIF, TFFIF


ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดรอบใหม่ เบื้องต้นมองว่าอุตสาหกรรมหลักๆ ที่จะได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ หุ้นกลุ่มเกษตร-อาหาร เช่น TU, CPF, ASIAN, กลุ่มเช่าซื้อ เช่น SAWAD, MTC, กลุ่มร้านอาหาร เช่น M และหุ้นกลุ่มโรงแรม เช่น CENTEL, ERW, MINT


ปัจจุบันผลกระทบจากการล็อกดาวน์ยังจำกัดอยู่ในพื้นที่สมุทรสาคร ซึ่งพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่เข้ารับการตรวจเชิงรุก ดังนั้นต้องรอติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิด หากการระบาดขยายสู่จังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ รัฐบาลอาจมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดหรือการล็อกดาวน์ออกมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คุณมงคล ทิ้งท้ายไว้ว่า หากรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์อีกครั้งจริง มองว่าจะเป็นการล็อกดาวน์แค่ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่มากกว่าการปิดเป็นระยะเวลานานเหมือนที่ผ่านมา



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข