Official Update :

รู้หรือไม่ ? บริษัทไหนรวย (เงินสด) มากที่สุด

การระบาดของโควิดเกิดขึ้นมาทำให้ธุรกิจต้องเรียนรู้ที่จะหาหาทางเอาตัวรอด แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะขายหรือหายไปไม่ได้เลยคือกระแสเงินสดที่มีในมือ ถึงแม้ว่าต่อจะให้เจอวิกฤตหนักเพียงใด หากมีกระแสเงินสดไว้เป็นเสมือนเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจอยู่ตลอดเวลาก็จะสามารถช่วยยืดอายุบริษัท และให้อยู่รอดรอฟื้นตัวท่ามกลางทุกวิกฤติที่เข้ามา


หลังจากที่เกิดปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด 19 จึงทำให้หลายธุรกิจและหลายบริษัทได้เรียนรู้และอยู่รอดไปสถานการณ์ แต่บางธุรกิจที่ไม่สามารถอยู่รอดได้สาเหตุที่สำคัญเป็นเพราะขาดสภาพคล่องหรือกระแสเงินสดที่เสมือนเป็นเลือดหล่อเลี้ยงธุรกิจ ดังนั้นจึงเป็นฉากสำคัญให้เห็นแล้วว่าหากธุรกิจไหนมีกระแสเงินสดในมือที่เพียงพอต่อจะให้เจอวิกฤตไหนๆก็สามารถพยุงตัวให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤติที่ผ่านเข้ามาได้ ซึ่งจะเห็นตัวอย่างได้จากหลายธุรกิจที่จะต้องปิดตัวไปไม่ว่าจะเป็นห้างร้านสรรพสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจใหญ่ที่ได้รับกระทบจากการท่องเที่ยวการเดินทางไปหยุดหายใจไปชั่วขณะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม และสายการบินต้องหยุดหายใจ เพราะไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ


โดยเห็นได้จากการธุรกิจสายการบินทั่วโลกต้องถึงขั้นล้มละลายเพราะขาดสภาพคล่อง เช่น Flybe สายการบินสัญชาติอังกฤษ ประกาศยื่นล้มละลายและปิดกิจการ หลังจากที่รัฐบาลสหราชอาณาจักปฎิเสธการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ จำนวน 100 ล้านปอนด์ หรือราว 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันทางการเงินเพิ่มขึ้น หลังจำนวนผู้โดยสารลดลง จากความต้องการเดินทางทางอากาศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19


สายการบิน Virgin Australia Airlines สายการบินใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย ประกาศล้มละลาย หลังจากที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลทำให้ไม่สามารถหารายได้ขณะที่ค่าใช้จ่ายของสายการบินนั้นมีอยู่ตลอดเวลา รวมถึง สายการบินThai Airways หรือ การบินไทย ได้ยื่นศาลละล้มละลาย เพื่อขอเข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการ จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้บริษัทขาดรายได้หลักจากธุรกิจการบินแต่ก่อนหน้านั้นการบินไทยเองประสบปัญหาภาวะขาดทุนมาโดยตลอดจนทำให้ไม่สามารถก่อหนี้ได้อีกแล้ว


ส่วนธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน ต่างต้องปิดการให้บริการเพื่อลดต้นทุนต่างๆที่เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะของการขาดรายได้ เช่น บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราว บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ประกาศปิดการให้บริการโรงแรมประเทศไทย โดยเริ่มปิดโรงแรมในกรุงเทพมหานคร และ จะปิดโรงแรมในต่างจังหวัดต่อไป


มหาสมุทรอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนโรงแรมในประเทศอิตาลีและสเปนได้ถูกปิดทั้งหมด ยกเว้นโรงแรม 6 แห่งในบางเมือง ซึ่งได้ถูกแปลงให้เป็นโรงพยาบาล และ สถานที่รับรองบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ประกาศปิดโรงแรมทั่วโลกหนีโควิด-19 โรงแรมในไทย-สหราชอาณาจักร ปิดถึงสิ้นเม.ย. ส่วนในมัลดีฟส์ไร้กำหนดเปิด ขณะที่ฟิจิ-มอริเชียส เตรียมปิดตลอดเวลา


ตัวอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นผลที่เกิดจากการขาดสภาพคล่องเงินสด และการจำเป็นต้องยอมปิดธุรกิจบางอย่างเพื่อรักษาสภาพคล่องเงินสด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่แต่ละธุรกิจจะต้องมีเงินสดตุนไว้ในบริษัทและเอาออกมาใช้ยามจำเป็น ใครที่มีเงินสดก็จะสามารถอยู่รอดดำเนินธุรกิจต่อไปได้


ดังนั้นทาง Wealthy Thai ได้รวบรวมบริษัทที่มีเม็ดเงินสดมากที่สุดในตลาดหุ้นไทยให้นักลงทุนได้รับทราบเพื่อการตัดสินใจในการลงทุน บริษัทที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้น โดยบริษัทที่มีเม็ดเงินสดมากที่สุดในบริษัทได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT โดยมีเงินสดในมือ 308,160 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีความพร้อมที่จะผจญภัยต่อวิกฤตต่างๆในอนาคตที่จะเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดขึ้นได้





อันดับที่ 2 บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มีเงินสดจำนวน 94,699 ล้านบาท กระแสเงินสดที่ PTTEP มีเพื่อเป็นการรองรับการสำรวจและขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียม ใช้เป็นการพัฒนารองรับการหาโอกาสเติบโตของธุรกิจ อันดับที่ 3 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีเงินสด 91,924 ล้านบาท การทำธุรกิจอุปโภคบริโภคจำเป็นต้องมีกระแสเงินสดเพื่อไว้พัฒนาธุรกิจ






อันดับที่ 4 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีเงินสด 57,959 ล้านบาท ใช้เป็นการรองรับการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าเพื่อการพัฒนาและรองรับการเติบโตการลงทุนของกลุ่มธุรกิจ อันดับที่ 5 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีเงินสด 48,614 ล้านบาท การที่บริษัทค้าปลีกอย่าง 7-11 มีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจในประเทศมีกำลังซื้อที่ดี





อันดับที่ 6 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มีกระแสเงินสด 44,930 ล้านบาท เงินสดจากการดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างและธุรกิจปิโตรเคมีที่ได้มา สามารถนำไปต่อยอดใช้พัฒนาธุรกิจให้เติบโต อันดับที่ 7 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มีเงินสดในมือ 43,665 ล้านบาท การที่ธนาคารพาณิชย์มีกระแสเงินสดในมือเพียงพอแสดงให้เห็นถึงความสามารถเตรียมพร้อมในการปล่อยกูให้กับ SMEs ไปพัฒนาธุรกิจ







อันดับที่ 8 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีกระแสเงินสดในมือ 41,445 ล้านบาท เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์อื่น ส่วนอันดับที่ 9 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY มีกระแสเงินสด 36,728 ล้านบาท อันดับที่ 10 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มีเงินสด 32,019 ล้านบาท ผู้ให้บริการโครงข่ายมีกระแสเงินสดเพื่อใช้พัฒนาสัญญาณให้บริการกับประชาชน



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่