Official Update :

แกะรอยธุรกิจค่ายมือถือ ADVANC ครองแชมป์ผู้ใช้งานสูงสุด

ธุรกิจเครือข่ายมือถือ ถือเป็นสิ่งที่อยู่กับคนเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือ หรือเน็ตบ้านต่างๆ และแม้กระทั่งการโทรศัพท์ที่ปัจจุบันก็ยังนิยมโทรผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ด้วยการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งนักลงทุนเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าบริษัทที่ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้น แท้จริงแล้วมีผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือตนเองเท่าไหร่กันบ้าง วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกันเลย


ทีมข่าว Wealthy Thai ได้สำรวจข้อมูลทั้ง 3 บริษัทที่ให้บริการธุรกิจเครือข่ายมือถืออย่าง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ตามด้วยบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC


ทั้งนี้เริ่มจาก ADVANC ถือเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับ 1 ณ วันที่ 14 ธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 567,948.87 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดตัวแพ็กเกจ บริการ 5G อย่างเป็นทางการด้วยราคาเริ่มต้น 699 บาท/เดือน แบบจำกัดปริมาณดาต้า พร้อมเสริมด้วยบริการคอนเทนต์ที่รองรับประสบการณ์ 5G โดยยังคงขยายโครงข่าย 5G อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันครอบคลุมกว่า 60% ของประชากรในเขตกรุงเทพ รวมกับบริเวณพื้นที่สำคัญใน 77 จังหวัด คิดเป็นความครอบคลุมของโครงข่ายโดยรวม 16% ของประชากรทั้งประเทศ


โดยงวดไตรมาส 3/63 ในธุรกิจมือถือของ ADVANC มีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 40.94 ล้านเลขหมาย ลดลง 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 41.55 ล้านเลขหมาย โดยจากการหายไปของลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยว แต่การเปลี่ยน


จากระบบเติมเงินไปยังระบบรายเดือนที่ยังมีต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าระบบรายเดือนอยู่ที่ 9.77 ล้านเลขหมาย เติบโต 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 9.00 ล้านเลขหมาย ขณะที่ลูกค้าแบบเติมเงินอยู่ที่ 31.17 ล้านเลขหมาย ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 32.55 ล้านเลขหมาย


ขณะที่รายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 237 บาท ลดลง 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 254 บาท โดย ARPU แบบระบบรายเดือนอยู่ที่ 498 บาท ลดลง 6.2%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 531 บาท ส่วนแบบเติมเงินอยู่ที่ 157 บาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 179 บาท


ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านในไตรมาส 3/63 มีผู้ใช้บริการ 1,255,500 ราย เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 937,000 ราย โดยมี ARPU เฉลี่ยที่ระดับ 484 บาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 549 บาท เนื่องจากได้รับผลกระทบแพ็กเกจระดับราคาต่ำ 399 บาทซึ่งเป็นที่นิยมในตลาด






นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 216 บาท โดยเป็นหุ้น Big Cap ที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าหุ้น SET50 อื่นๆ ทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามและเป็นเป้าของกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าในฐานะ Laggard Play และคาดผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 2-3/63 และทยอยฟื้นตัวตามทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงรายได้จาก Roaming และซิมนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาในระยะถัดไปหลังการทยอยแจกจ่ายวัคซีน COVID-19 และผ่อนปรนมาตรการคุมการเดินทางระหว่างประเทศ


ด้าน TRUE หุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับ 2 ณ วันที่ 14 ธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 116,121.32 ล้านบาท โดยทรูมูฟ เอช ขยายฐานลูกค้ากลุ่มระบบรายเดือนได้อย่างต่อเนื่อง มีจํานวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิในระบบรายเดือนที่สูงสุดในอุตสาหกรรมจํานวน 2.69 แสนรายในไตรมาส 3 ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มลูกค้าระบบรายเดือนเติบโตในอัตราแบบเลขสองหลักจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ ผลกระทบจากเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคและจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ยังคงกดดันรายได้ในกลุ่มลูกค้าระบบเติมเงินและรายได้จากบริการโรมมิ่งระหว่างประเทศซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม


TRUE มีฐานผู้ใช้บริการรวมจํานวน 30.1 ล้านราย เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 30.1 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าระบบเติมเงิน 20.8 ล้านราย และระบบรายเดือน 9.3 ล้านราย ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช จะเดินหน้าให้ความสําคัญกับคุณภาพโครงข่ายและการบริการที่ครอบคลุม พร้อมเพิ่มมูลค่าผ่านคอนเทนต์ที่ตรงตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ARPU เพิ่มขึ้นเป็น 217 บาท จากในไตรมาส 3/62 อยู่ที่ 210 บาท


ส่วนทรูออนไลน์มีจํานวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์รายใหม่สุทธิ 1.11 แสนรายในไตรมาส 3 ขยายฐานผู้ใช้บริการบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นเป็น 4.1 ล้านรายจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 3.7 ล้านราย และ ARPU ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็น 534 บาทต่อเดือน แต่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 567 บาท จากการแข่งขันในอุตสาหกรรม


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 5.40 บาท โดยคาดรายได้จากมือถือจะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/63 โดยบริษัทเผยว่ากำลังซื้อที่ลดลงเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/63 อ่อนแอลง แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าส่วนที่แย่สุดได้ผ่านไปแล้ว และกลุ่ม Prepaid กำลังฟื้นตัวขึ้นตามเศรษฐกิจในเดือน ต.ค. และกลุ่ม Postpaid มีแนวโน้มที่ดีขึ้น นอกจากนี้ TRUE ยังเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก iPhone มากสุดเทียบกับกลุ่มอื่นหนุน ARPU ให้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/63 เมื่อเทียบไตรมาสก่อน และไม่มีความกังวลด้านการทำ 5G ของ DTAC หรือการแข่งขันของคลื่น 700/900 MHz


สุดท้าย DTAC หุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับ 3 ณ วันที่ 14 ธ.ค.63 อยู่ที่ระดับ 91,160.72 ล้านบาท ในไตรมาส 3/63 มีจำนวนผู้ใช้บริการรวมเท่ากับ 18.7 ล้านเลขหมาย ลดลง 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 20.41 ล้านเลขหมาย และลดลง 0.6% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นผลหลักมาจากการลดลงของลูกค้าในระบบเติมเงินเนื่องมาจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าจากสถานการณ์ยืดเยื้อของ COVID-19 และการแข่งขันที่มีความรุนแรง โดยมีจำนวนฐานลูกค้าระบบเติมเงินที่ 12.6 ล้านเลขหมาย ลดลง -9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.03 ล้านเลขหมาย ส่วนจำนวนฐานลูกค้าระบบรายเดือนอยู่ที่ 6.0 ล้านเลขหมาย ลดลง -5.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.38 ล้านเลขหมาย


ขณะที่ ARPU เท่ากับ 255 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.8%จากไตรมาสก่อน และลดลง 1.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3/63 ลูกค้าในระบบรายเดือนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32.3% ของจำนวนลูกค้ารวม รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของลูกค้าระบบรายเดือนในไตรมาส 3/63 เท่ากับ 517 บาทต่อเดือน ลดลง 1.4%จากไตรมาสก่อน และลดลง 4.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายของลูกค้าระบบเติมเงินเพิ่มขึ้น 3.2% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 9.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 129 บาทต่อเดือน สืบเนื่องมาจากระดับการใช้จ่ายที่น้อยลงของผู้บริโภคและการแข่งขันที่สูง


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มอง DTAC กำไรปีนี้เติบโตเกิน 10% แต่คาดกำไรปี 64 ลด ลง 32% เพราะกลางเดือนม.ค. จะรับมอบคลื่น 700 MHz และลงทุนขยายโครงข่าย 4G/5G บนคลื่น 700 MHz และมีรายจ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์คลื่น 850 MHz เป็น 900 MHz ให้เสร็จภายในปี 64

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”