Official Update :

จับตา! FTSE All World Index คัด 4 หุ้นใหญ่เข้าคำนวณ-เพิ่มน้ำหนัก

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายในช่วงสัปดาห์นี้จะมีแรงซื้อในกลุ่มหุ้นที่ได้รับกับเข้าคำนวณ และปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในดัชนี FTSE All World Index โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้นที่ได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนซึ่งจะมีมูลค่ารวมกันกว่า 282 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,000 ล้านบาท


โดยหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณ และถูกปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน FTSE All World Index ครั้งนี้ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 17 ก.ย.64 โดยหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณประกอบไปด้วยธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH จะได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุน


สำหรับจำนวนเม็ดเงินที่จะได้รับจากการเข้าคำนวณ และปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในครั้งนี้แบ่งเป็นทาง KBANK จะมีเม็ดเงินที่เข้าลงทุน จำนวน 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน BBL จะได้รับกระแสเม็ดเงินลงทุนจากการเข้าคำนวณในรอบนี้จำนวน 82 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ CPN ในฐานะที่ได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนทำให้จะมีเม็ดเงินไหลเข้ามา 13-15 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน LH ที่จะได้รับเงินเข้าลงทุนประมาณ 13-15 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยเช่นกัน


นอกจากนี้ บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มหุ้นนอกเหนือจากการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน และหุ้นที่ได้รับการคำนวณในครั้งนี้แล้วยังมีหุ้นที่ถูกคัดออกจากการคำนวณ และปรับลดน้ำหนักการลงทุน รวมถึงมีกลุ่มหุ้นขนาดกลางที่ได้รับการเข้าคำนวณเพิ่มเติมอีก


ประกอบไปด้วย หุ้นที่ถูกคัดออกได้แก่KBANK-F (-131ล้านเหรียญฯ), KBANK-NVDR( -40ล้านเหรียญฯ),BBL-F( -62ล้านเหรียญฯ), BBL-NVDR( -21 ล้านเหรียญฯ), ส่วน BJC AWC DIFตกชั้นจาก Cap ไป Mid Cap ส่วนหุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนัก PTT, SCC, CPALL, AOT, SCB,ADVANC ประมาณ -7 ถึง -3ล้านเหรียญฯ ต่อบริษัท


ส่วนหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ได้รับการเข้าคำนวณ ในFTSE Small Cap ได้แก่ STARK, JMART ขณะที่หุ้นถูกคัดออกคือ FTREIT สำหรับหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณใน FTSE Micro Cap ได้แก่ SAK, XPG, PRM, OISHI, BYD, CHAYO, SABUY, INOX, 7UP,DUSIT, MICRO, KISS, ETC, JKN, BRR, AS, SKN, SITHAI, IRC, FSS, AGE,NWR, CWT, MDX, CSS, SVOA, PROSPECT ด้าน หุ้นถูกคัดออก DCC, SF, BFIT, SPRIME, BIG, MJLF, GRAND, SCP, AIMCG



มุมมองพื้นฐานและราคาเป้าหมาย

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สินเชื่อเดือน ก.ค. 2564 ภาพรวมโต 0.6% จากเดือนก่อนหน้า แม้สินเชื่อรายย่อยได้รับผลกระทบจาก Lock Down แต่สินเชื่อภาคธุรกิจและ SME ยังโต จากความต้องการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องและ Soft Loan


คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนจากทั้งรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง รวมถึงการกลับมาตั้งสำรองสูงขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงจาก COVID-19 แต่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 4/64 หลังเริ่มคลาย Lock Down และมีผู้รับวัคซีนเพิ่ม


อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับลงตอบรับปัจจัยลบไปมากแล้ว นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากการออกมาตรการใหม่ของ ธปท. ที่ขยายเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้และการตั้งสำรองแบบผ่อนคลายจนถึง ไตรมาส 1/65 รวมถึงขยายเวลาการปรับลด FIDF เหลือ 0.23% ต่อไปจนถึงปี 65 ทำให้เรายังคงน้ำหนัก “มากกว่าตลาด”โดยเลือก KBANK ประเมินราคาเป้าหมาย 180 บาท


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เราเชื่อว่า BBL ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการระบาดของ Covid-19 เนื่องจากเน้นปล่อยสินเชื่อให้แก่องค์กรขนาดใหญ่ (40% ของสินเชื่อทั้งหมด) เราคาดการณ์ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 61% ในปีนี้และ 16% ในปี 65 จากการตั้งสำรองและ OPEX ที่ลดลง คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 160 บาท (P/BV ปี 64 ที่ 0.65 เท่า, ROE 7.8%) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ P/BV ปี 64 ที่ 0.4 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 2SD



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่