Official Update :

โอเค นัมเบอร์วัน! รวบแก๊งหุ้นซิ่ง พื้นฐานดี…มีมูลค่าแท้จริง

ในสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้นในแง่ของจำนวนการเปิดบัญชีใหม่ของนักลงทุนรายย่อยที่เข้าสู่ระบบการเทรดหุ้นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยกระแสการกระจายหุ้นให้กับรายย่อยของ OR ที่ใช้หลักการตลาดว่า ใครๆก็สามารถเป็นเจ้าของหุ้นปั๊มน้ำมันปตท.และร้านกาแฟอเมซอน รวมถึงกระแสการมาของการเทรดดิ้ง Cryptocurrency จึงทำให้นักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่วงการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


อย่างไรก็ตามเมื่อมีปริมาณนักลงทุนในระบบและเป็นหน้าใหม่ หรือพูดง่ายๆว่า “วัยรุ่น (อาจจะ) ใจร้อน เมื่อเข้าลงทุนแล้วก็มีความต้องการที่จะได้ผลตอบแทนในปริมาณมากและแบบรวดเร็ว จึงทำให้เกิดการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กขนาดกลางที่มีการไล่ราคาหุ้นจนเกินพื้นฐานของหุ้นแบบหลุดโลกไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งหากนักลงทุนในยุคก่อนๆก็จะเห็นได้ว่าหุ้นซิ่งๆแสบๆที่วิ่งแบบป่วนๆนั้นมีจำนวนไม่มากสักเท่าไหร่ หากเทียบกับสมัยนี้


และแน่นอนว่าเมื่อมีหุ้นซิ่งในตลาดมากขึ้น โดยมีทั้งหุ้นที่แนวโน้มธุรกิจมีแต่จะ “สู่ขิต” แต่ก็ยังมีหุ้นที่มองเห็นอนาคตและมีปัจจัยพื้นฐานรองรับมีแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นที่ยอมรับได้หากมีการไล่ระดับราคาขึ้นไปซึ่งสุดท้ายแล้ววิถีของราคาหุ้นก็จะสะท้อนผลของราคาพื้นฐานที่ควรจะเป็น ซึ่งในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นซิ่งวิ่งแรงที่มีพื้นฐานธุรกิจที่น่าสนใจ เรียกง่ายๆว่าหุ้นซิ่งมีอนาคตนั่นเอง



TEAMG

ถ้าไม่พูดถึง คงจะไม่ได้เพราะช่วงสัปดาห์ก่อนหุ้น TEAMG บวกแรงต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน หลังจากที่บริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัท เน็กซเตอร์ เวนเจอร์สจำกัด (“Nexter Ventures”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC  ได้เข้าซื้อหุ้นบิ๊กล็อตจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 9.90% แค่เพียงการประกาศข่าวนี้ออกไปจากเดิมที ที่ TEAMG เป็นหุ้นเงียบๆเนิบๆก็พุ่งทะยานต่อเนื่อง หากย้อนดู 5 วันทำการหุ้น TEAMG บวกไปแล้ว 52%


ในแง่ของพื้นฐานหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การที่ TEAMG ได้ผู้ถือหุ้นที่เป็น Strategic Partner อย่าง SCC เข้ามาถือหุ้น 9.9% ถือว่าเป็นข่าวบวกจากโอกาสที่จะดำเนินงานร่วมกันในอนาคตโดยเฉพาะงานโซลูชั่นด้านการก่อสร้างที่จะเป็นงานที่ใช้โปรแกรม BIM การร่วมมือพัฒนาโครงการที่ใช้นวัติกรรมที่เป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนจากเดิมที่ SCC ขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ไปเป็นการขาย Solution เพิ่มขึ้น


รวมถึงการดำเนินงานที่สามารถลดของเสีย ซึ่งน่าจะหนุนรายได้และเสถียรภาพกำไรได้ในอนาคต แต่ในตอนนี้ยังไม่ได้มีเป้าหมายรายได้ โดยทาง SCC กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ1 แต่กลุ่มผู้บริหารเดิมยังเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนในการบริหารสูงเช่นเดิม ทาง SCC จะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทด้วย 1 ท่านถือว่าเป็นปัจจัยบวก


ในระยะสั้นราคาหุ้นมีโอกาสตอบสนองเชิงบวกได้ เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐาน โดยใช้ราคาพื้นฐานเลื่อนไปเป็นปี 65เพื่อสะท้อนสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายกลับไปเป็นปกติ ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 3.01 บาท (เดิมราคาพื้นฐานปี 64 อยู่ที่2.68 บาท) ด้วย P/E ปี 65 ที่ 15 เท่า


แม้ว่าในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบของสถานการณ์โควิด19 ส่งผลให้รายได้และกำไรในปีนี้ไม่เติบโตนัก แต่ยังเป็นโอกาสในปีหน้า โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 64 เพิ่มขึ้น 1.2 % และปี 65เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งยังไม่รวมประโยชน์จากการเข้ามาถือหุ้นของ SCC และในระยะกลางยังประเมินเชิงบวก บริษัทมีแนวโน้มทยอยลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคในระยะ 5 ปี มีโอกาสหนุนเสถียรภาพของกำไรในอนาคต รวมถึงการกระจายการลงทุนของบริษัทไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง



IMH

IMH หรือ บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) นี่ก็ถือว่าเป็นหุ้นซิ่งมีพื้นฐานอีกตัวหนึ่งในตลาดหุ้นไทยเพราะหากดูราคาหุ้นย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้นวิ่งไปแล้วกว่า 514% ซึ่ง IMH ได้รับผลในทางบวกจากการให้บริการแล็บ ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด19 และการรักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด19 ระดับราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมานั้นดูเหมือนกับว่ายังไม่พอกับที่ผู้บริหารมอง จึงทำให้ทาง IMH ประกาศใช้เงิน 50 ล้านบาท เพื่อทำการซื้อหุ้นคืนสัดส่วน 1.4%


โดยปกติแล้วหากใช้ความเข้าใจง่ายๆคือ การที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งจะประกาศซื้อหุ้นคืนนั้นเพื่อเป็นการรักษาระดับราคาของหุ้นไม่ให้ต่ำจนเกินพื้นฐานไป แต่ในครั้งนี้หุ้น IMH ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 500% แล้ว และผู้บริหารก็ยังใช้เครื่องมือทางการเงินด้วยการซื้อหุ้นคืนอีกดังนั้นจึงอาจจะพอเดาได้ว่าราคาหุ้นของ IMH นั้นควรได้ไปต่อในสายตาของผู้บริหาร หรือในอีกมุมหนึ่งคืออาจจะนำหุ้นที่ได้มานั้นไปทำการแลกหุ้นเพื่อเป็นค่าตอบแทนของการเข้าซื้อกิจการก็เป็นได้


ในมุมมองพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ได้ ปรับเพิ่มกำไรปี 64-65 ขึ้น 290% และ 99% เป็น 386 ล้านบาท และ 251 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับคาดการณ์รายได้ขึ้น 26% และ 21% เป็น 776 ล้านบาท และ 845 ล้านบาท ตามลำดับ โดยที่การเติบโตของรายได้ปี 64 ยังคงได้รับอานิสงส์จากการฉีดวัคซีน Sinopharm และยอดตรวจเชื้อยังคงสูงขึ้น


แม้ว่าจะมีการขายชุดตรวจเชื้อ Antigen เองได้ แต่คาดไตรมาส 4/64 จะมีรายได้จากการตรวจสุขภาพกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้ง รายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการรับตรวจภูมิหลังจากที่รับวัคซีนครบ 2 โดส ในขณะที่รายได้ในปี 65คาดว่าจะมีรายได้จากการรักษาโรคปอดที่เพิ่มสูงขึ้น จากคนไข้ที่เคยติดเชื้อ COVID-19 และธุรกิจตรวจสุขภาพคาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีจากฐานลูกค้าใหม่ที่รับบริการฉีดวัคซีน Sinopharm รอบองค์กร แนะนำ “ซื้อราคาเป้าหมาย 24 บาทต่อหุ้น



KWM

บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ราคาซิ่งวิ่งแรง และเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์กัญชา-กัญชง และล่าสุดเพิ่งประกาศเข้าร่วมวงธุรกิจพืชกระท่อม ซึ่งธุรกิจดังกล่าวจะเริ่มผลิดอกออกผลในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยผู้บริหารระบุว่า กำลังเตรียมความพร้อมสกัดสารจากกัญชง-กัญชา และ พืชกระท่อม เพื่อมาเป็นผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ ยา อาหาร และ เครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแผนธุรกิจจะเริ่มเห็นชัดเจนภายในครึ่งหลังปี 64


ขณะที่ธุรกิจเดิมก็ยังคงเติบโตแบบไม่แผ่ว ซึ่งได้ เพิ่มเครื่องจักรในการผลิตไลน์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และ เพื่อเป็นการสำรองกำลังการผลิตในช่วงที่เครื่องจักรต้องหยุดซ่อมบำรุง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทลูกค้า อาทิ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีการเพิ่มไลน์การผลิต ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าผลผลิตทางการเกษตรจะมีออกมาค่อนข้างมากเนื่องจากน้ำดี และ มีคุณภาพ


ส่วนมุมมองพื้นฐานของหุ้นจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัดยังไม่ได้รวม upside จากธุรกิจกัญชงนี้เข้าไปเนื่องจากใบอนุญาตแรก ซึ่งเสมือนเป็นใบเบิกทางสู่ธุรกิจนี้เต็มตัว สำหรับโมเดลเช่า เรามองเครื่องเช่า จะให้ upside ประมาณ 0.24 บาทต่อหุ้น ประกอบกับธุรกิจใบผาล ใบเกียว จะมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางการเกษตรของไทย ซึ่งผันผวนไปตามภาวะดินฟ้าอากาศ ประเมินราคาเป้าหมายที่ 7.15 บาท



U

บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U หุ้นซิ่งในเครือกลุ่มเจ้าสัว “คีรี” หรือเจ้าของอาณาจักร BTS ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นอยู่ในเกณฑ์ที่ทรงกับทรุดมาโดยตลอดแพราะต้องเจอกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 จึงทำให้โรงแรมภายใต้การบริหารที่ยุโรปต้องปิดตัว และเริ่มทยอยขายสินทรัพย์ยางส่วนออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัท ซึ่งเมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 130


เมื่อไม่นานมานี้ผู้บริหารมองว่า หลังจากนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม น่าจะไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ถือหุ้น U อีกต่อไป โดยล่าสุดได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบ PP หุ้นกลุ่ม JMART กับ SINGER ซึ่งลบล้างและทำให้ลืมภาพของการเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป โดยจะเปลี่ยน U ไปสู่ financial service และ investments


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่าการที่บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ที่มีโอกาสจะพลิกกลับมามีกำไรได้จะเป็นที่สนใจของตลาด และจากมูลค่าบัญชีต่อหุ้นที่ไตรมาส 2/64 คือ 1.24 บาท เมื่อคำนวณด้วยระดับ P/BV ที่ 1.0 เท่า จะได้ราคาพื้นฐานที่1.24 บาท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่