Official Update :

BEM กำลังพ้นขีดอันตราย พร้อมรอรับการฟื้นตัว!!

BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลบวกหลังจากรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ เพราะความต้องการใช้รถไฟฟ้าและทางด่วนเพื่อการเดินทางสูงขึ้น ทำให้รายได้จากค่าโดยสารฟื้นตัว ช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการบริษัทเติบโต


โดย BEM รายงานว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเดือนส.. 64 อยู่ที่ อยู่ที่ 6.2 หมื่นเที่ยวต่อวัน ปรับตัวลดลง 78.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 2.8 แสนเที่ยวต่อวัน และลดลง 19.48% จากเดือนก.. 64 ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 7.7 หมื่นเที่ยวต่อวัน ด้านผู้ใช้ทางด่วนเดือนส.. 64 อยู่ที่ 5.9 แสนเที่ยวต่อวัน ลดลง 47.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผู้ใช้ทางด่วน 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน และลดลง 5.43% จากเดือนก.. 64 ที่มีผู้ใช้ทางด่วน 6.2 แสนเที่ยวต่อวัน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นจุดต่ำสุดในปีนี้ และจำนวนผู้ใช้บริการและผู้ใช้ทางด่วนจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.. 64



ผู้ใช้บริการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อจำนวนผู้ใช้บริการที่คาดว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้วในการระบาดรอบนี้ และเริ่มกลับมาฟื้นตัวในเดือน ก.ย. หลังจากที่มีการผ่อนคลายล็อกดาวน์บางส่วน อย่างไรก็ตาม ระดับการฟื้น ตัวในเดือน ก.ย. ยังอยู่ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้ โดยมองว่าแนวโน้มผู้ใช้บริการจะกลับสู่ระดับปกติเร็วสุดในไตรมาส 1/65 จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโดยรวมที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้หลายหน่วยงานและสถาบันการศึกษายังส่งเสริมการ Work from Home และเรียนออนไลน์ ขณะที่คาดการณ์การเปิดประเทศ 100% จะเห็นในช่วงไตรมาส 1/65 เช่นกัน


เบื้องต้นคงสมมติฐานจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วนปีนี้หดตัว 40%  และ 15% ตามลำดับ ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ประเมินจะปรับตัวลงหนักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งแรกของปี 2564 จากการระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. แม้ว่าหุ้น BEM จะมีปัจจัยหนุนจากการทยอยคลายล็อกดาวน์ แต่ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมาย 8.50 บาท



แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมแบบ
DCA

ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ ทยอยสะสม “ซื้อ” แบบสม่ำเสมอเท่าๆ กันทุกเดือนจากนี้ได้แล้ว หลังเห็นจุดต่ำสุด ทำให้ downside เริ่มจำกัด โดยครั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์มีการปรับประมาณการกำไรปี 2564 ลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดระรอกล่าสุดที่รุนแรงกว่าคาด โดยปรับปริมาณผู้ใช้ทางด่วนปีนี้ลง 13% เป็นเฉลี่ย 8.4 แสนคันต่อวัน และผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าปรับลง 28% เป็น 1.4 แสนเที่ยวคนต่อวัน ส่งผลให้กำไรปี 2564 ลดลง 33% เหลือ 1,012 ลบ. หดตัว 50.6% จากปีก่อน แต่จะฟื้นตัวรุนแรง 160.2% ในปี 2565



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้