เทียบฟอร์ม 3 หุ้นตู้กดมหัศจรรย์

หลังจากที่หุ้นไอพีโอน้องใหม่ที่เพิ่งจะเข้าตลาดมาได้มากี่วันอย่าง บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT ที่ราคาหุ้นวิ่งร้อนแรงเกินเบอร์แซงหน้าหุ้นตู้กดสินค้า vending machine รุ่นพี่อย่าง FSMART และ SABUY ที่เข้าตลาดมาก่อนหน้านี้ โดย Wealthy Thai จึงได้รวบรวมข้อมูลเทียบฟอร์มวัดค่าพลังและความสามารถ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของหุ้นตู้กดสินค้า vending machine ทั้ง 3 รายมาให้นักลงทุนรับชม


โดยเริ่มกันที่ความร้อนแรงของหุ้นน้องใหม่อย่าง SVT ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์มาด้วยราคาไอพีโอ 2.54 บาท แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.64 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 6.75 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 165% เมื่อพูดถึงความร้อนแรงของราคาหุ้นแล้ว จะต้องขอย้อนไปดูภาพรวมธุรกิจประวัติความเป็นมา และสินค้าการให้บริการ รวมถึงแผนธุรกิจ และโอกาสทางธุรกิจด้วยเช่นกัน



SVT
น้องใหม่มาแรง        

สำหรับ SVT ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือ “สหพัฒนพิบูล” โดยประกอบธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine หรือ  “ตู้อัตโนมัติ”) ซึ่งบริษัทมีโรงงานปรับปรุงสภาพและประกอบ (Refurbishment) เครื่องอัตโนมัติ เพื่อจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ พร้อมทั้งจำหน่ายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้กับลูกค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า SUNVENDING


มีจุดเด่น SVT เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในไทย โดยสิ้นปี 63 มีส่วนแบ่งการตลาด 44% ถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของไทย มีความได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่น จากการมีโรงงานปรับปรุงสภาพและประกอบ ที่มีศักยภาพและทีมวิจัยที่พัฒนารูปแบบเครื่องที่หลากหลาย


สำหรับแผนธุรกิจ SVT ตั้งเป้ารายได้ปี 65 เติบโตไม่น้อยกว่า 25% ตามแผนขยายตู้เพิ่ม และขยายสาขา รวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ในรูปแบบแฟรนไชส์ การเพิ่มโฆษณาต่างๆ ซึ่งจะทำให้รายได้โต 25% และอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5% จากปีนี้คาดรายได้แตะ 2 พันล้านบาทโดยไตรมาส 4/64 หลังรัฐคลายล็อกดาวน์ทำให้พื้นที่เปิดมียอดขายกลับคืนมา ทำให้คาดว่ารายได้ปีนี้จะทำได้ 2 พันล้านบาท


อีกทั้งมีแผนการที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในภาคเหนือ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ รวมถึงบริษัทมีเป้าหมายที่จะติดตั้งให้บริการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้ครบ 20,000 เครื่องภายในปี 66 อีกทั้งยังมีแผนขยายไปยังกลุ่ม CLMV โดยจะไปประเทศเวียดนามเป็นประเทศแรก ร่วมกับพันธมิตร คาดได้เห็นภายใน 2 ปีนี้



SABUY
กำลังสร้าง “SABUY Ecosystem

สลับมากันที่ SABUY ประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านตู้เติมเงิน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เติมสบายพลัส” ปัจจุบัน บริษัทฯ มีบริษัทย่อยทั้งหมด 3 บริษัทคือ บริษัท เวนดิ้ง พลัส จำกัด (VDP) บริษัท สบาย โซลูชั่นส์ จำกัด (SBS) และ บริษัท สบาย มันนี่ จำกัด (SBM)


โดยธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านตู้เติมเงินอัตโนมัติ การจำหน่ายตู้เติมเงินอัตโนมัติทั้งในรูปแบบการชำระด้วยเงินสดและเงินผ่อน 2. จำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ 3. ให้บริการติดตั้งและวางระบบศูนย์อาหาร รวมถึงการให้บริการจัดการศูนย์อาหารพร้อมการจ้างบำรุงรักษาซ่อมแซมศูนย์อาหาร 4. ให้บริการการชำระเงิน (Payment Service Provider / Facilitator)


ทั้งนี้  สิ้นไตรมาส 2/64 ทาง SABUY มีจำนวนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเท่ากับ 5,482 ตู้ สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปีนี้ SABUY ตั้งเป้าหมายว่า รายได้รวมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 25% ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจตู้เติมเงิน ธุรกิจตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ ธุรกิจศูนย์อาหารและ POS และ ธุรกิจใหม่ E-Money และชิปป์สไมล์ นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ความร่วมมือจาก บริษัท TKS, SYNEX และ TBSP ในการขยายการติดตั้งตู้เวนดิ้ง แมชชีน ภายใต้กลุ่มพาร์ทเนอร์ของทั้ง 2 บริษัท



FSMART

ปิดจ๊อบกันที่ FSMART อย่างที่เรารู้ๆกันว่า FSMART เป็นบริษัทย่อยของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH ซึ่งได้ทำการสปินออฟออกมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปี 57 โดยในปัจจุบัน FORTH ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ FSMART ในสัดส่วน 49.52%


โดยธุรกิจหลักของ FSMART คือการให้บริการเติมเงินออนไลน์ในประเทศผ่านตู้บุญเติม โดยเน้นการเติมเงินโทรศัพท์มือถือแบบ pre-paid นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นเสริมในตู้อีกด้วย เช่น จ่ายค่าโทรศัพท์แบบ post-paid ซื้อบัตรเงินสด เติมเงินเกมออนไลน์ ดูดวง ดูเลขมงคล นอกจากนี้ยังมีธุรกิจตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติพร้อมเติมเงินมือถือ และยังให้บริการธุรกิจทางการเงินและสินเชื่อครบวงจร


สำหรับ แผนงานในปีนี้บริษัทได้เพิ่มช่องทางรายได้ใหม่หลายด้านทั้ง ตู้เต่าบิน , การกดเงินสดผ่านตู้ แต่จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ภาพรวมการรับรู้รายได้อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปีหน้าเป็นต้นไป โดยภาพรวมยอดเติมหรือการทำธุรกิจผ่านตู้โดยรวมในช่วงไตรมาสที่เหลือปีนี้ จะพยายามรักษาระดับให้ใกล้เคียงในทุกๆไตรมาส ภายใต้กรณีสถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในระดับไม่รุนแรงกว่านี้


นอกจากนี้ได้เปิดตัวช่องทางเคาท์เตอร์โดยจะจับมือพันธมิตรเพื่อให้บริการประมาณ 1,700-1,800 จุด ทั่วประเทศ เสริมช่องทางการให้บริการผ่านตู้บุญเติมอีกทาง ทั้งนี้มูลค่าการทำรายการผ่านตู้บุญเติมในไตรมาส 2/64 อยู่ที่ระดับ 9,621 ล้านบาท โดยเป้าหมายจะให้บริการตู้ในปีนี้ทั้งสิ้น 1.31 แสนตู้



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่