AWC เตรียมลงทุน 3 โครงการระดับโลก มองมาตรการรัฐช่วยกระตุ้นการฟื้นตัว

AWC อสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีสินทรัพย์อันดับต้นๆของโลก เข้าตลาดหุ้นไทยครบรอบ 2 ปี ต้องพบเจอกับการแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยตรง การเกิดขึ้นของ Covid ทำให้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบและธุรกิจด้านรีเทลเหมือน SET ZERO แต่บริษัทยังเห็นความหวังของการฟื้นตัวของการเปิดประเทศ และพร้อมที่จะเปิดโครงการที่จะเป็น Iconic ของประเทศอีก 3 โครงการ


โดยคุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเป็นความท้าทายของ AWC ที่จะต้องก้าวข้ามผ่าน กับธุรกิจโรงแรมที่กระทบโดยตรง ในขณะที่พอร์ตด้านรีเทล ร้านค้าเชิงพาณิชย์เหมือนเป็นการ SET ZERO ธุรกิจ เพราะลูกค้ามีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


AWC ได้เรียนและปรับตัวในช่วงที่ผ่านมา โดย AWC เดินหน้าในการรักษากระแสเงินสด พร้อมกับลดต้นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งในการทำธุรกิจของ AWC ได้มีการปรับตัว โดยในกลุ่มโรงแรมนั้น บริษัทเน้นการให้บริการ แบบ workation และ เน้นลูกค้าระยะยาว ซึ่งในพอร์ตของ AWC นั้นมีสัดส่วนของธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 50%  ซึ่งที่ผ่านมาแม้ผลการดำเนินงานจะมีผลขาดทุนสุทธิ แต่บริษัทยังสามารถรักษา Ebitda เป็นบวก



มาตรการของรัฐจะช่วยสร้างการเติบโต

สำหรับทิศทางการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีนี้ AWC มองว่า ในด้านการท่องเที่ยว น่าจะมีทิศทางที่ดี ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยสร้างการเติบโตได้จะมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเป็นหลัก หากการเปิดประเทศเป็นไปตามกำหนดการและไม่มีอะไรที่คลาดเคลื่อนก็จะเป็นไตรมาสที่คึกคัก  ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศก็เป็นปัจจัยที่หนึ่งที่จะช่วยสร้างความคึกคักได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดี โดยมีอัตราการเข้าพักในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 16% เดือน ต.ค. อยู่ที่ 20%


ธุรกิจด้านรีเทล และอาคารสำนักงาน มองว่า น่าจะฟื้นตัวตามลำดับ ซึ่งในมาตรการของรัฐที่จะดึงดูดให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้นั้น จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดอาคารสำนักงานของบริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งออฟฟิศในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นผลบวกกับธุรกิจ


ส่วนคำถามที่ว่า ธุรกิจของ AWC จะกลับไปคึกคักเหมือนก่อนที่มีสถานการณ์ covid-19 ได้เมื่อไหร่นั้น ในมุมมองของ AWC มองว่า ขึ้นอยู่กับการควบคุมสถานการณ์ Covid-19 หากทุกอย่างราบรื่น การฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติน่าจะเริ่มเห็นในช่วงไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 และผลการดำเนินงานจะกลับมาเป็นระดับปกติในปี 2566


แต่อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยหนึ่งที่จะมีผลกับผลการดำเนินงานของ AWC คือ การขยายธุรกิจ ซึ่งบริษัทมีแผนจะลงทุนอีกค่อนข้างมาก จากจุดเด่นที่มีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งและหนี้สินต่อทุนในระดับต่ำ



เตรียมลงทุน
3 iconic

แม้ปัจจุบันพอร์ตสินทรัพย์ของ AWC จะเพิ่มจมากตอน IPO ที่ 1 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท ประกอบด้วย โรงแรม 18 แห่ง, รีเทล 8 แห่ง, อาคารสำนักงาน 4 แห่ง, ค้าส่ง 2 แห่ง รวม 32 แห่ง และขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่อีก 18 โครงการ ซึ่งจะทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในพอร์ตโพลิโอ ของ AWC จะมีจำนวนอสังหาริมทรัพย์รวม 50 แห่งในหลากหลายทำเลสำคัญของประเทศ


แต่ในอีก 5 ปีข้างหน้า AWC ยังมีอีก 3 โปรเจคแลนด์มาร์ค โครงการแรก ASIATIQUE THE RIVERFRONT DESTINATION ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเป็นแลนด์มาร์กระดับไอคอน (Iconic Landmark) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ประกอบด้วย โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ, โรงแรมเจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์ รวมถึง ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ แบรนเด็ด เรสซิเดนส์ ซึ่งเป็นเซอร์วิส เรสซิเดนส์ โดยมีแผนเปิดให้บริการเริ่มจากเปิดโซนค้าปลีกและสำนักงานในปี 2567


โครงการที่ 2 AQUATIQUE DISTRICT PATTAYA ครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางเมืองพัทยา และโครงการที่ 3  เวิ้งนครเขษม ซึ่งพัฒนาให้เป็นโครงการพิเศษแบบ Mixed Development ทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย และค้าปลีกด้วยการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท


ส่วนการซื้อกิจการยังมีพิจารณาอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสถานการณ์ Covid-19 ที่ยังมีความรุนแรง และในขณะเดียวกันยังไม่พบกับดีลที่มีความน่าสนใจจึงยังเลือกที่จะรอโอกาส อย่างไรก็ตามในการพิจารณาเข้าซื้อกิจการ บริษัทมีการใช้ AI เพื่อช่วยในการประเมินผลด้วย

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com